ข่าว บอลไทย ฟุตบอลไทย
FOX REWIND : ย้อนรอย 5 เกมหลังสุด ช้างศึก ปะทะ ทีมจากดินแดนกาฬทวีป
ใกล้เข้ามาแล้วสำหรับศึกฟุตบอลโลก 2020 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย ที่ทีมชาติไทย ภายใต้การคุมทีมของ อากิระ นิชิโนะ หัวหน้าผู้ฝึกสอนชาวญี่ปุ่น โดยเกมนัดต่อไปจะเป็นเกมที่พลพรรค ช้างศึก จะต้องเปิดบ้านรับการมาเยือนของ ทีมชาติสหรัฐอาหรับ เอมิเรตส์ ในวันอังคารที่ 15 ตุลาคมนี้ โดยสถานการณ์ปัจจุบัน ทีมชาติไทย รั้งตำแหน่งจ่าฝูงของกลุ่ม จี หลังจากที่เสมอ เวียดนาม 0-0 และบุกไปเอาชนะ อินโดนีเซีย 3-0
อย่างไรก็ตามหากมองถึงสภาพทีมในเกมนัดต่อไป ทีมชาติไทย จะไม่มี 2 ผู้เล่นที่ค้าแข้งอยู่ในศึกเจลีก ของญี่ปุ่นทั้ง ชนาธิป สรงกระสินธ์ ของ คอนซาโดเล ซัปโปโร และ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ จาก โออิตะ ทรินิตะ ที่ได้รับบาดเจ็บจนต้องขอถอนตัวออกจากทีม ซึ่งการทดลองทีมของ นิชิโนะ ในช่วงจังหวะที่มีทั้ง ชนาธิป และ ฐิติพันธ์ แน่นอนว่าย่อมส่งผลกระทบกับ ทีมชาติไทย อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จากการปราศจากสองกองกลางที่ดีที่สุดของประเทศไทย
ก่อนเจอกับ ยูเออี ทีมชาติไทย มีโอกาสที่ดีที่จะได้ลงสนามอุ่นเครื่องกับ ทีมชาติคองโก ที่อันดับโลกอยู่ที่ 90 และถือเป็นอีกหนึ่งที่แกร่งของทวีปแอฟริกา ซึ่งในระยะหลังการอุ่นเครื่องของทัพ ช้างศึก มักจะเชิญ ทีมแปลกหน้า จากทวีปต่างๆมาลับแข้งสร้างความแข็งแกร่งให้กับตัวเองอยู่เสมอ โดยเมื่อปีที่แล้วเราได้เจอกับทั้ง ทีมชาติกาบอง และ ทีมชาติสโลวะเกีย ในรายการ คิงส์คัพ 2018 และยังได้เล่นกับ ทีมชาติตรินิแดด แอนด์ โตเบโก้ ในช่วงก่อนศึก เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ
ในขณะที่ปีนี้ ทีมชาติไทย ก็มีโอกาสได้เจอกับยักษ์ใหญ่จากอเมริกาใต้อย่าง ทีมชาติอุรุกวัย ในศึกไชน่า คัพ มาแล้ว ดังนั้นถือเป็นเรื่องดีกับทั้งตัวนักเตะและทีมงานสต๊าฟฟ์โค้ช รวมไปถึงแฟนบอลที่จะได้เจอกับทีมที่แปลกออกไปจากเดิม โดยก่อนเกมที่เราจะได้พบกับ ทีมชาติคองโก ในวันที่ 10 ตุลาคม นี้ ณ สนาม บีจี ปทุม สเตเดียม หากย้อนอดีตกลับไป เราเคยผ่านการลงสนามกับทีมจากทวีปแอฟริกามาแล้วหลายครั้งเหมือนกัน
ดังนั้นวันนี้ FOX Sports Thailand จะขอพาทุกท่านย้อนเวลาไปพบกับ 5 เกมที่พลพรรค ช้างศึก ได้ลงอุ่นเครื่องกับทีมชาติต่างๆจากดินแดนกาฬทวีป ส่วนผลงานจะเป็นอย่างไร สไตล์ฟุตบอลของทีมแกร่งเหล่านี้ที่มาพบกับ ทีมชาติไทย จะเป็นอย่างไร ไปติดตามพร้อมๆกันเลย
 
ย้อนกลับไปเมื่อราวๆ 10 ปีที่แล้ว ทีมชาติไทย ได้โอกาสพบกับทีมจากทวีปแอฟริกา โดยครั้งนั้นขุนพล ช้างศึก ภายใต้การคุมทีมของ ไบรอัน ร็อบสัน กุนซือชาวอังกฤษ กำลังเตรียมตัวสู้ศึกเอเชี่ยนคัพ 2011 รอบคัดเลือกและได้โอกาสพบเจอกับ ทีมชาติซิมบับเว ที่มีนักเตะทีมชาติชุดคัดเลือกบอลโลกอยู่กว่าครึ่งทีม แต่ก็ยังไม่วายมีคำถามมาจนถึงทุกวันนี้ว่า ซิมบับเว ชุดนั้นคือ ทีมชาติซิมบับเว จริงแท้แค่ไหน
สำหรับผู้เล่นของ ทีมชาติไทย ชุดเมื่อ 10 ปีที่แล้วประกอบไปด้วย กวิน ธรรมสัจจานันท์ ,ณัฐพร พันธ์ฤทธิ์ ,ภานุพงศ์ วงศ์ษา ,ณัฐพงศ์ สมณะ ,สุทธินันท์ พุกหอม ,สุรีย์ สุขะ ,พิชิตพงษ์ เฉยฉิว ,รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค ,เทิดศักดิ์ ใจมั่น ,ธีรเทพ วิโนทัย , อานนท์ สังสระน้อย
สำหรับเกมนี้เป็น ทีมชาติไทย ที่ทำได้ดีกว่าแม้จะเป็นเกมอุ่นเครื่องอย่างไม่เป็นทางการ โดยทัพ ช้างศึก ต้อนเอาชนะ ซิมบับเว วอร์ริเออร์ส ไปได้ 3-0 โดยได้ประตูจาก สุทธินันท์ พุกหอม คนเดียว 2 ประตู ในนาทีที่ 27 และ 81 ก่อนที่ กีรติ เขียวสมบัติ จะมาโหม่งประตูปิดท้ายให้ ทีมชาติไทย ถล่มชนะ ซิมบับเว ไปขาดลอย 3-0
 
ปีต่อมา ทีมชาติไทย ที่ยังคงคุมโดย ร็อบโบ้ ได้รับเชิญไปเล่นเกมอุ่นเครื่องนอกบ้าน โดยบินข้ามน้ำข้ามทะเลไปพบกับ ทีมชาติแอฟริกาใต้ ของ คาร์ลอส อัลเบอร์โต้ ปาไรร่า อดีตกุนซือทีมชาติบราซิล ที่กำลังเตรียมทีมสุดศึกฟุตบอลโลก 2010 ที่ตัวเองเป็นเจ้าภาพ ซึ่งเกมนั้น ช้างศึก ได้ลงเล่น ณ สนาม บอบเดล่า สเตเดี้ยม หนึ่งในสนามแข่งขันในศึกฟุตบอลโลก 2010 รอบสุดท้าย
สำหรับขุนพล บาฟาน่า ในเกมดังกล่าวใช้ผู้เล่นที่ค้าแข้งอยู่ในประเทศทั้งหมด เพื่อเป็นการทดลองผู้เล่นหน้าใหม่ ส่วน ทีมชาติไทย นำโดย กวิน ธรรมสัจจานันท์ ,สุทธินันท์ พุกหอม ,ณัฐพงษ์ สมณะ ,ชลทิตย์ จันทคาม ,ภานุพงษ์ วงศ์ษา,,ณรงค์ชัย วชิรบาล, เทิดศักดิ์ ใจมั่น, ภูริทัต จาริกานนท์ ,สุธี สุขสมกิจ ,ธีรเทพ วิโนทัย และ ชนานันท์ ป้อมบุบผา
โดยผลการแข่งขันในเกมนั้น ทีมชาติไทย ต้านความแข็งแกร่งของ ทีมชาติแอฟริกาใต้ ไม่ไหวพ่ายไปแบบไร้ทางสู้ด้วยสกอร์ 0-4 โดย 4 ประตูของ บาฟาน่า ได้จาก ซิฟิเว่ ชาบาลาล่า นาทีที่ 22 ,คัตเลโก เอ็มเฟลา นาทีที่ 30 และ 33 ส่วนประตูปิดท้ายได้จาก เบอร์นาร์ด พาร์เกอร์ ในนาทีสุดท้ายของเกม
 
ขยับใกล้เข้ามาเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ทีมชาติไทย ภายใต้การคุมทีมของ ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง มีคิวลงสนามในเกมกระชับมิตรทีมชาติ หรือ ฟีฟ่าเดย์ ที่ ราชมังคลากีฬาสถาน โดยพบกับ ทีมชาติแคเมอรูน บิ๊กทีมจากกาฬทวีปที่มีผู้เล่นฝีเท้าที่ดีค้าแข้งอยู่ในยุโรป ไม่ว่าจะเป็น คลินตัน เอ็นจี กองหน้าที่ค้าแข้งอยู่กับ สเปอร์ส ในเวลานั้น ,เบนจามิน มูกานโจ กองหน้าของ แรงส์ ในศึกลีก เอิง ฝรั่งเศส ,ยายา บานานา กองหลังดาวรุ่งในเวลานั้นซึ่งยังติดทีมชาติชุดใหญ่อยู่จนถึงปัจจุบัน ,สเตฟาน เอ็มเบีย กองกลางจาก เซบีย่า
ในขณะที่ ทีมชาติไทย ชุดนั้นถือว่าเป็นชุดที่ผู้เล่นส่วนใหญ่ อยู่ในทีมที่คว้าแชมป์ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ มาครองได้ในปี 2014 นำโดย กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์, อาทิตย์ ดาวสว่าง, ประวีณวัช บุญยงค์, กรวิทย์ นามวิเศษ, ธีราทร บุญมาทัน, ปกเกล้า อนันต์, สารัช อยู่เย็น, ประกิต ดีพร้อม, มงคล ทศไกร, เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ และ อดิศักดิ์ ไกรษร
โดยผลงานของทัพ ช้างศึก ในเกมนี้ถือว่าต่อกรกับทัพ หมอผี ได้อย่างน่าประทับใจ และสามารถทำประตูขึ้นนำไปก่อนจาก ประกิต ดีพร้อม ตั้งแต่นาทีที่ 15 ก่อนจะมาได้ประตูที่ 2 ในนาทีที่ 31 จากการสกัดเข้าประตูตัวเองของ ออเรเลียน เชด์จู อย่างไรก็ตามช่วงท้ายครึ่งแรก แคเมอรูน มาตีไข่แตกไล่มาจาก เบนจามิน มูกานโจ และจบครึ่งแรกด้วยการที่ ช้างศึก นำอยู่ 2-1
เข้าสู่ครึ่งหลัง ทีมชาติไทย มีอาการแผ่วเห็น และมาโดนตีเสมอจนได้ในนาทีที่ 74 จากลูกจุดโทษของ คลินตัน เอ็นจี จนกระทั่งนาทีที่ 87 หมอผี พลิกแซงนำจนได้จากการเข้าชาร์จจ่อๆของ เอ็นจีเวนี เอ็นดาซี ครบ 90 นาที ทีมชาติไทย พ่ายให้กับ แคเมอรูน 2-3 ไปอย่างน่าเสียดาย
 
ปี 2017 ทีมชาติเปลี่ยนกุนซือจาก เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง มาเป็น มิโลวาน ราเยวัช ชาวเซอร์เบีย และมีโปรแกรมอุ่นเครื่องกับทีมจากกาฬทวีปอีกครั้งด้วยการพบกับ ทีมชาติเคนย่า ณ สนาม เอสซีจี สเตเดียม โดยเกมดังกล่าวมีวาระพิเศษนั่นก็คือเป็นเกมเกียรติยศของ ดัสกร ทองเหลา มิดฟิลด์เชิงสูงที่ติดทีมชาติไทยครบ 100 นัด
ซึ่ง 11 ผู้เล่นตัวจริงของ ช้างศึก ประกอบไปด้วย กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์, นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม, มานูเอล ทอม เบียรห์, พรรษา เหมวิบูลย์, ธีราทร บุญมาทัน, ปกเกล้า อนันต์, ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์, มงคล ทศไกร, ดัสกร ทองเหลา, สรรวัชญ์ เดชมิตร และ ธีรศิลป์ แดงดา สำหรับเกมนี้ถือเป็นหนึ่งเกมที่ดีที่สุดของทีมชาติไทยในยุคของ ลุงมิโล เลยก็ว่าได้ เพราะลูกทีมของเขาต่างโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม และสามารถเอาชนะไป 1-0 จากประตูชัยของ ธีรศิลป์ แดงดา ในนาทีที่ 63 และเป็นการอำลา ดัสกร ทองเหลา อย่างน่าประทับใจ
 
หนล่าสุดที่ ทีมชาติไทย พบเจอกับทีมชาติจากทวีปแอฟริกา เพิ่งจะผ่านพ้นไปเมื่อปีที่แล้ว โดยเป็นเกมในรายการฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์คัพ ครั้งที่ 46 ซึ่ง ช้างศึก จับสลากมาพบกับ ทีมชาติกาบอง ในนัดแรก และแม้ว่าครั้งนั้น กาบอง จะไม่มีซูเปอร์สตาร์หมายเลขหนึ่งอย่าง ปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมย็อง แต่พวกเขาก็ยกทัพมาด้วยผู้เล่นฝีเท้าดีที่ค้าแข้งอยู่ในยุโรปมากมายนำโดย มาริโอ เลอมิน่า ที่อยู่ เซาธ์แฮมป์ตัน ในเวลานั้น
ในขณะที่ ทีมชาติไทย ก็ยังคุมทีมโดย มิโลวาน ราเยวัช ที่ผู้เล่นชั้นนำอย่าง กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ,พรรษา เหมวิบูลย์, ฟิลิป โรลเลอร์ ,ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์, ธีราทร บุญมาทัน, ชนาธิป สรงกระสินธ์ และ ธีรศิลป์ แดงดา เป็นตัวชูโรง โดยตลอด 90 นาทีทั้งสองเปิดเกมแลกกันอย่างสนุก แต่ในท้ายที่สุดก็ไม่สามารถเจาะประตูกันได้ เสมอกันไป 0-0
ซึ่งในช่วงการดวลจุดโทษ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ นายด่านผู้ได้ลงเฝ้าเสาในการเจอทีมจากกาฬทวีปมาโดยตลอดในช่วง 5 เกมหลังสุดจะเป็นฮีโร่ของทีมชาติไทยด้วยการเซฟจุดโทษถึงสองครั้ง นำพาทีมชาติไทย เอาชนะ กาบอง 4-2 ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศกับ ทีมชาติสโลวะเกีย ก่อนจะพ่ายขุนพล สโลวัก ที่นำโดย มาร์ติน สเคอร์เทล 2-3 พลาดแชมป์คิงส์คัพ 2018 อย่างน่าเสียดาย
 
PHOTO BY  Almonfoto Vachira Kalong ช้างศึก