ข่าว บอลไทย ฟุตบอลไทย
5 แข้งต่างชาติรุ่นใหญ่ในศึกไทยลีก
ใกล้ที่จะระเบิดศึกเข้ามาทุกทีแล้วสำหรับศึกโตโยต้า ไทยลีก 2019 ที่ปีนี้ยังคงความเข้มข้นเร้าใจ ทั้งเรื่องของการเตรียมทีมและการซื้อขายนักเตะ โดยเฉพาะผู้เล่นต่างชาติที่ถูกเลือกเข้ามาเป็นกำลังหลักของแต่ละทีม
🌟 เหล่านักเตะซูเปอร์สตาร์ของ ⚽️🇹🇭 โตโยต้า ไทยลีก พร้อมแล้วที่จะระเบิดศึกบนลีกสูงสุดแดนสยามในสัปดาห์นี้…
Posted by Thai League on Wednesday, 20 February 2019
ดังนั้นสำหรับผู้เล่นต่างชาติบางคน การหากินในประเทศไทยจึงเปรียบเสมือนบ้านหลังที่สองไปแล้ว บางคนอยู่เมืองไทยตั้งแต่เด็ก บางคนเล่นมาแล้วนับสิบทีมในลีกสูงสุดก็มี
 
ส่วนบางคนอยู่นานจนพูดไทยรู้เรื่องขับมอเตอร์ไซต์ในกรุงเทพฯคล่องปร๋อ ดังนั้นก่อนเปิดลีกสูงสุดในฤดูกาล 2019 FOX Sports Thailand จะขอพามาพบกับ 5 แข้งต่างชาติรุ่นใหญ่ ที่ยังยืนหยัดค้าแข้งอยู่บนลีกสูงสุดจงของแดนสยามกัน
 
เฮแบร์ตี้ เฟร์นานเดซ – เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด (140 นัด 103 ประตู)
ยอดกองหน้าชาวบราซิเลียน ผู้เคยผ่านการค้าแข้งในศึกเจลีก ญี่ปุ่น มาแล้ว เฮบ เดินทางมาค้าแข้งในประเทศไทยครั้งแรกกับ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ในปี 2014 และด้วยฟอร์มการถล่มประตูอันยอดเยี่ยมส่งผลให้เพชรฆาตอีซ้ายรายนี้ขึ้นชั้นเป็นตำนานของทัพ ราชันมังกร อย่างรวดเร็ว ด้วยการกระหน่ำไปถึง 65 ประตูจากการลงสนาม 90 นัด เรียกได้ว่าการันตี 20 ประตูต่อฤดูกาลหากมี เฮแบร์ตี้ อยู่ในสนาม
กลางปี 2016 ราชบุรี ตัดสินใจขายหัวหอกอันเป็นที่รักให้กับ อัล ชาบับ ในซาอุดิอาระเบีย แต่ด้วยสถานะทางการเงินของต้นสังกัดใหม่ทำให้ดาวยิงแซมบ้ามองหาหนทางกลับมายังประเทศไทยอีกครั้งและก็เป็น กิเลนผยอง ที่คว้าตัวกองหน้ารายนี้ไปร่วมทีม
และถึงตอนนี้ พี่ใหญ่อย่าง เฮร์แบร์ตี้ เฟร์นานเดส ก็กลายเป็นอีก 1 แข้งมากประสบการณ์ในเวทีไทยลีกไปแล้ว จากการลงสนามไปทั้งสิ้น 140 นัดกระหน่ำไป 103 ประตู
 
 
 
ดิยุฟ บิรัม – ตราด เอฟซี (150 นัด 43 ประตู)
กองหน้าจอมเก๋าชาวไอวอรี่โคสต์ ผู้ซึ่งร่อนเร่พเนจรไปค้าแข้งกับสโมสรแทบจะทั่วทั้งประเทศไทย บิรัม วัย 34 ปี ย้ายมาเล่นในไทยครั้งแรกกับ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ตั้งแต่ปี 2006 แต่ไม่ได้รับโอกาสลงสนาม จึงถูกส่งให้ สมุทรสงคราม เอฟซี ยืมตัวไปใช้งานในปีต่อมา
ซึ่ง บิรัม ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นในสีเสื้อ ปลาทูคะนอง ทั้งสองครั้งที่ค้าแข้งในถิ่นแม่กลอง แต่ท้ายที่สุดก็ไม่ได้รับสัญญาระยะยาว จนต้องย้ายไปเล่นในเมียนมาร์เป็นช่วงสั้นๆ ก่อนจะกลับมาอยู่กับ ชลบุรี เอฟซี ,สุพรรณบุรี เอฟซี ,สระบุรี เอฟซี ,สุโขทัย เอฟซี ,ชัยนาท ฮอร์นบิล เมื่อปีที่แล้ว และต้นสังกัดล่าสุดอย่าง ตราด เอฟซี ในซีซั่นนี้
หากวัดกันที่สถิติการลงเล่นในประเทศไทยรวมทุกดิวิชั่น บิรัม อาจมาเป็นที่หนึ่งจากประสบการณ์การค้าแข้งนับสิบปี แต่หากวัดกันที่ลีกสูงสุดอย่าง โตโยต้า ไทยลีก เพียวๆ ดิยุฟ บิรัม มาเป็นอันดับ 4 จากการลงสนาม 150 นัด ยิงไป 43 ประตู ในลีกสูงสุด
 
 
 
ดราแกน บอสโควิช – การท่าเรือ เอฟซี ( 151 นัด 101 ประตู)
หัวหอกชาวมอนเตเนโกร วัย 33 ปี เดินทางจากบ้านเกิดมาล่าประตูในประเทศไทยเมื่อราวๆ 8 ปีที่แล้ว กับสโมสรดังแดนภูธรอย่าง สุพรรณบุรี เอฟซี ซึ่ง ดราแกน อยู่กับทีมแดนขุนแผนได้เพียง 1 ปีครึ่งก็ย้ายมาฝากอนาคตกับ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ในปี 2015
และการค้าแข้งในสีเสื้อ แข้งเทพ นี้เองที่ทำให้ ดราแกน ประกาศศักดากลายเป็นที่รู้จักของบรรดากองหลังทั่วทั้งประเทศไทย โดยหัวหอกมอนเตเนโกร ค้าแข้งอยู่กับ ทรู แบงค็อก 3 ฤดูกาล ลงสนาม 95 นัด ตะบันไปทั้งสิ้นถึง 71 ประตู
ดาวยิงเครางามถูก แข้งเทพ ปล่อยให้ การท่าเรือ เอฟซี คว้าตัวไปใช้งานในถิ่น แพท สเตเดี้ยม และแม้ว่าฟอร์มในฤดูกาลแรกอาจยังไม่เปรี้ยงอย่างที่แฟนๆหวังไว้ แต่อย่างน้อยสถิติ 21 ประตูจากการลงสนาม 33 เกมก็น่าจะสร้างความอุ่นใจให้กับแฟนๆ สิงห์เจ้าท่า ได้ในระดับหนึ่ง ยามมี ดราแกน อยู่ในสนาม
 
 
 
มาริโอ ยูรอฟสกี้ – เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด (158 นัด 75 ประตู)
อดีตเพลย์เมกเกอร์ทีมชาติมาซิโดเนีย ย้ายมาเมืองไทย ด้วยแพสชั่นฟุตบอลในตัวอันเร่าร้อนในปี 2012 และกลายเป็นขุนพลชุดแชมป์ไร้พ่ายประวัติศาสตร์ของสโมสรด้วย ซึ่งนั่นทำให้ ซูเปอร์มาริโอ กลายเป็นตำนานของทีมตลอดระยะเวลา 4 ในสีเสื้อ กิเลนผยอง โดย ยูรอฟสกี้ ลงเล่นไป 94 นัดยิงไป 42 ประตู
จนกระทั่งปี 2016 กิเลนผยอง รับข้อเสนอมหาศาลของ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ในการกระชากตัวกองกลางรายนี้ไปเสริมความแข็งแกร่ง และกลายเป็นกำลังสำคัญในการพาทีมลุ้นพื้นที่ฟุตบอลถ้วยเอเชีย อย่างไรก็ตาม มาริโอ อยู่กับ แข้งเทพ ได้ 2 ฤดูกาลเท่านั้นก็ต้องย้ายไปอยู่กับ บางกอกกล๊าส เอฟซี หรือ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด เมื่อปีที่แล้ว
แต่ด้วยสภาพร่ายกายและปัญหาอาการบาดเจ็บทำให้ มาริโอ เริ่มหายหน้าหายตาออกจากทีมจนต้องแยกทางกับ เดอะ แรบบิท ในที่สุด จนกระทั่งเจ้าตัวกลับมาปรากฏตัวในถื่น เอสซีจี สเตเดี้ยม อีกครั้ง ในฐานะผู้เล่นใหม่หน้าเก่าของสโมสร ซึ่งถึงตอนนี้ มาริโอ กลายเป็นแข้งเก๋าในไทยลีกไปแล้ว จากการลงสนามในลีกสูงสุด 158 นัดยิงไปถึง 75 ประตู
 
 
 
เลอันโดร อัสซัมเซา – นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี (161 นัด 74 ประตู)
กองหน้าความเร็วสูงชาวบราซิลย้ายมาค้าแข้งในประเทศไทยครั้งแรกเมื่อปี 2011 กับ เชียงราย ยูไนเต็ด ก่อนย้ายไปค้าแข้งกับ เพื่อนคำรวจ ในปี 2012 ก่อนที่จะกลับมาเป้นตัวหลักให้กับ เชียงราย ยูไนเต็ดอีกครั้ง นับตั้งแต่นั้น อัสซ่า ก็กลายเป็นแข้งจอมพเนจรขาประจำในไทยลีกเป็นต้นมา
หลังจากแจ้งเกิดกับ เชียงราย อัสซัมเซา ยังวนเวียนค้าแข้งอยู่กับทีมในไทยลีก ไม่ว่าจะเป็น ชลบุรี 71 นัดยิงไป 29 ประตู ,ศรีสะเกษ เอฟซี 17 นัด 11 ประตู และ เอสซีจี เมืองทอง ในปี 2016 อีก 24 นัด ยิงไป 17 ประตู
ปี 2018 อัสซัมเซา ย้ายไปร่วมทีม แอร์ฟอร์ซ ยูไนเต็ด เป็นช่วงสั้นๆ ลงสนามไป 8 นัดยิงไป 2 ประตู ก่อนจะย้ายไปอยู่กับ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ในเลกที่ 2 และกลายเป็นกองหน้าตัวหลักขวัญใจชาวโคราชไปแล้ว และถึงตอนนี้ อัสซ่า ถือเป็นพี่ใหญ่ที่สุดสำหรับบรรดาแข้งอิมพอร์ตในประเทศไทย ที่ค้าแข้งมานานร่วม 10 ปี ลงสนามในลีกสูงสุดไปแล้วกว่า 161 นัดยิงไป 74 ประตู