ข่าว บอลไทย ฟุตบอลไทย
อเล็กซานเดร กามา ผู้เข้ามาปลุก กิเลนผยอง
ผ่านพ้นไปแล้ว 17 สัปดาห์ สำหรับการแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก โดยการแข่งขันในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังคงความเข้มข้นเร้าใจทุกสนาม ผู้เล่นหลายคนทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในสีเสื้อของต้นสังกัดใหม่ ในขณะที่อีกหลายคนต้องใช้เวลาในการปรับตัว ในขณะที่เกมบิ๊กแมตช์ประจำสัปดาห์ก็คงหนีไม่พ้นเกมที่ได้รับการขนานนามจากเหล่าบรรดาแฟนบอลว่าเป็นศึกแดงเดือดเมืองไทย โดยเป็นเกมที่สนาม เอสซีจี สเตเดี้ยม ที่ เอสซีจี เมืองทอง เปิดบ้านรับมือ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด
สำหรับเกมนี้ดูเหมือนเป็นศึกดาร์บี้แมตช์กลายๆได้เหมือน เพราะด้วยภูมิลำเนาของทั้งสองสโมสรที่แม้จะคนละจังหวัด แต่ก็มีรอยต่อใกล้เคียงกัน แถมยังเป็นทีมระดับหัวแถว มีแฟนบอลที่เหนียวแน่นมากที่สุดของเมืองไทยด้วยกันทั้งสองทีม ดังนั้นด้วยสไตล์ฟุตบอลและสถานการณ์ในตารางคะแนน มันจะบังคับให้ทั้งคู่เปิดหน้าแลกกันอย่างเมามันอย่างแน่นอน
โดยก่อนเกมผลงานของ เอสซีจี เมืองทอง รั้งอยู่อันดับที่ 14 ของตาราง และต้องการชัยชนะเพื่อหลุดพ้นจากโซนตกชั้น ในขณะที่ ทรู แบงค็อก ก่อนเกมพวกเขาอยู่อันดับที่ 4 ของตาราง และก็ต้องการ 3 คะแนนอย่างยิ่งยวดเช่นกันเพื่อทำแต้มไล่จี้กดดันจ่าฝูงอย่างบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
สำหรับผลงานในเลกแรกที่ทั้งสองทีมพบกันว่า ผลปรากฎว่า แข้งเทพ เปิดบ้านเอาชนะ กิเลนผยอง ไปได้ 1-0 จากประตูชัยของ เนลสัน โบนีญา ดาวยิงทีมชาติเอล ซัลวาดอร์ ในช่วงครึ่งหลัง ส่วนที่สถิติก่อนเกม ลูกทีมของ มาโน โพลกิ้ง ไม่แพ้ใครมาแล้วถึง 12 เกมติดต่อกัน แถมยังเป็นการเอาชนะคู่แข่งได้ถึง 9 เกม ในขณะที่ผลงานของ เมืองทอง ก็ดีขึ้นมาทันตาเห็นหลังจากได้ อเล็กซานเดร กามา เข้ามาคุมทีม โดยชนะ 3 เกมรวดรวมทุกรายการ
การเสริมทัพของทั้งสองทีมในช่วงเปิดตลาดซื้อขายในเลกที่สองถือว่าสนใจและน่าจะอยู่อันดับต้นของการซื้อขายในช่วงเวลาดังกล่าว โดยฝั่ง กิเลนผยอง มีการผ่าตัดทีมครั้งใหญ่ ไล่ตั้งแต่ตัวกุนซือ โดยผู้เล่นใหม่ประกอบไปด้วย บรูโน กัลโล ,แดร์เลย์ สองแข้งชาวบราซิล ,ไดสุเกะ ซาโตะ แบ็คซ้ายทีมชาติฟิลิปปินส์ ,มาร์โค บัลลินี กองหลังลูกครึ่งไทย-อิตาเลียน รวมไปถึง เออร์เนสโต ภูมิภา
ส่วนฝั่งของทีมเมืองหลวงอย่าง ทรู แบงค็อก ก็เซ็นสัญญาคว้าตัว ชนานันท์ ป้อมบุบผา มาจาก สุพรรณบุรี เอฟซี และดึง เจย์ซี จอห์น โจโจ้ อ็อควูวาเน่ กลับมาล่าตาข่ายในถิ่น ทรู สเตเดี้ยม อีกครั้ง ดังนั้นการเสริมทีมในเลกที่สองของทั้งคู่จึงถือเป็นบิ๊กดีลด้วยกันทั้งสองทีม
11 ผู้เล่นตัวจริง ของทั้งสองทีม ฝั่งเจ้าบ้านของ อเล็กซานเดร กามา ส่ง 3 ผู้เล่นใหม่ทั้ง ไดสุเกะ ซาโตะ ,แดร์เลย์, และ บรูโน กัลโล ลงเป็น 11 ตัวจริง ผนึกกำลังกับ สารัช อยู่เย็น, ชาริล ชัปปุยส์ ,เฮแบร์ตี้ เฟอร์นานเดส และ ธีรศิลป์ แดงดา ส่วน มาโน โพลกิ้ง กุนซือทีมเยือนที่ได้ มิก้า ชูนวลศรี กลับมาจากอาการบาดเจ็บ ก็ส่งหัวหอกตัวอันตรายอย่าง เนลสัน โบนีญา ลงเป็นอาวุธสำคัญในแดนหน้า
โดยเกมนี้ตลอด 90 นาทีถือเป็นเกมที่สนุกตื่นเต้น และมีโอกาสทำประตูกันมากมาย และสกอร์เสมอกันที่ 2-2 จึงเกมทำท่าว่าจบลงด้วยการแบ่งแต้มกันไป แต่ เฮแบร์ตี้ เฟอร์นานเดส กองหน้าบราซิเลียนของ กิเลนผยอง ก็มาซัดด้วยซ้ายบอลส่ายหนีมือ ไมเคิล ฟาลเคสการ์ด เข้าไปอย่างสวยงาม ซึ่งถือเป็นประตูสำคัญที่นอกจากจะทำให้ เมืองทอง หลุดพ้นจากโซนตกชั้นแล้ว ยังถือเป็นการเรียกความมั่นใจของดาวยิงซ้ายพิฆาตได้เป็นอย่างดี
ทั้งนี้ทั้งนั้นชัยชนะนัดสำคัญของเมืองทอง ก็ต้องยกเครดิตให้กับการวางหมากของ อเล็กซานเดร กามา ที่แก้เกมมาในครึ่งหลังได้เป็นอย่างดี ส่วนผู้เล่นใหม่ก็ถือว่าสอบผ่าน แต่ก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับทีมกันอย่างหนักต่อไป ซึ่งเกมนี้ผู้เล่นที่ถือว่าโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นแบบเงียบๆนั่นก็คือ ชาริล ชัปปุยส์ ดาวเตะลูกครึ่งไทย-สวิส ที่ข่าวคราวเงียบหายไปพร้อมกับฟอร์มของทีม
แต่ดูเหมือนว่าการเข้ามาของ อเล็กซานเดร กามา น่าจะเข้ามาเค้นศักยภาพในตัวของกองกลางรายนี้ออกมาได้ถูกเวลา โดยกองกลางสุดหล่อมีอิสระมากขึ้นในเกมรุก ซึ่ง กามา ใช้ประสิทธิภาพการออกบอลและเซนต์บอลของแข้งลูกผสมรายนี้ ในการขึ้นเกมอยู่บ่อยครั้ง และถือเป็นอีกหนึ่งผู้เล่นที่โดดเด่นที่สุดคนหนึ่งในสนาม
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการเข้ามาทำทีมของ อเล็กซานเดร กามา เปลี่ยนรูปโฉมการเล่นของกิเลนผยองไปโดยสิ้นเชิง เกมบุกที่รวดเร็ว แน่นอน รวมไปถึงการเล่นเกมรับที่วางใจได้มากขึ้นกว่าเดิม หากเทียบกับในช่วงเลกแรก เชื่อว่าแฟนบอลกิเลนผยองคงรู้สึกตื่นตาตื่นใจไม่น้อยกับไลน์อัพที่อเล็กซานเดร กามา ส่งลงสนามดวลกับแข้งเทพ 11 ตัวจริงในเกมนั้นเรียกได้ว่าเป็นชุดผู้เล่นที่ดีที่สุดของเมืองทองในรอบ 2 ฤดูกาลหลังเลยก็ว่าได้ แดนกลางมี สารัช อยู่เย็น เล่นกับ ชาริล ชัปปุยส์
เกมที่ เมืองทอง พลิกเอาชนะ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด เป็นอีกหนึ่งเกมที่ กิเลนผยอง สมควรได้รับการชูมือทุกประการทั้งในรูปแบบหรือวิธีการเล่นที่เหนือกว่า ผลสกอร์ที่ออกมาในช่วงท้ายเกม สามคะแนนสำคัญของพวกเขาจะต่อยอดฟอร์มการเล่นในเกมต่อไปได้อย่างแน่นอน นอกจากนั้นยังส่งผลถึงสปิริตภายในทีมที่เข้มข้นมากขึ้น ก็อาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ เมืองทอง กลับมาสู่เส้นทางที่ควรจะเป็นอีกครั้ง
สำหรับชัยชนะของ กิเลนผยอง ในเกมนี้ นอกจากจะเป็นการเก็บชัยชนะรวด 4 เกมติดต่อกันรวมทุกรายการแล้ว ยังเป็นการปลุกสโมสรยักษ์ใหญ่ที่กำลังหลับใหลอย่าง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ให้กลับมาเดินเครื่องไล่ล่าความสำเร็จอีกครั้ง โดยจากผลงานดังกล่าวทำให้พวกเขาเก็บเพิ่มอีก 3 แต้ม กระโดดขึ้นมาอยู่อันดับที่ 12 ของตาราง ด้วยการมี 20 แต้มจากการลงสนาม 17 เกม แต่ก็ยังประมาทไม่ได้เพราะมีแต้มเหนือ ชัยนาท ฮอร์นบิล และ สุโขทัย เอฟซี อยู่เพียงแต้มเดียวเท่านั้น
สำหรับการพ่ายแพ้ของ มาโน่ ที่มีต่อ อเล็กซานเดร กามา ในครั้งนี้ ก็ต้องยกเครดิตให้กับมันสมองของกุนซือชาวบราซิเลียนด้วย โดยหลังจบเกมเจ้าตัวได้ออกมาชื่นชมลูกทีมเป็นการใหญ่ โดย กามา เผยว่ารู้สึกภูมิใจกับลูกทีมที่สามารถกลับมาเอาชนะได้ จากการตามหลังถึง 2 ครั้ง ทุกคนทำได้ตามแผน โดยเฉพาะครึ่งหลังที่จังหวะสร้างสรรค์โอกาสมากมาย
พร้อมกับยืนยันว่ายังต้องใช้เวลาในการปรับจูนทีม จากสองเกมล่าสุดที่โดนนำไปก่อน แต่ก็กลับมาได้ มันแสดงให้เห็นคุณภาพของทีม และความเชื่อมั่นของกันและกัน และยังเชื่อว่าหากแก้ไขบางจุดที่ยังผิดพลาดได้ เอสซีจี เมืองทอง จะแข็งแกร่งกว่านี้แน่นอน
ในขณะที่ฝั่งของ มาโน โพลกิ้ง ที่พลาดโอกาสพาทีมทำแต้มไล่จี้ บุรีรัมย์ ถึง 2 ครั้ง ก็ออกมายอมรับว่าพลพรรค แข้งเทพ มีข้อผิดพลาดกันเองในเกมรับ เกมดังกล่าวถือเป็นเกมคุณภาพ แต่สำหรับ ทรู แบงค็อก มันเป็นเกมที่น่าผิดหวัง ส่วนตัวไม่พอใจแน่นอน เพราะนำก่อนถึง 2 ครั้ง แต่ก็มาเสียประตูจากความผิดพลาด ซึ่งก่อนเกมมีการบอกแล้วว่า เกมนี้เป็นเกมใหญ่ ความผิดพลาดเล็กๆน้อยๆ อาจสร้างความแตกต่างได้ และมันก็เกิดขึ้นในที่สุด
สำหรับ ทรู แบงค็อก ที่จบเกมไม่มีแต้ม ถือว่าเสียหายพอสมควร เพราะถึงเวลานี้บรรดาทีมจอมม้ามืดสำหรับ ทรู แบงค็อก ที่จบเกมไม่มีแต้ม ถือว่าเสียหายพอสมควร เพราะถึงเวลานี้บรรดาทีมจอมม้ามืดอย่าง สมุทรปราการซิตี้ รวมไปถึง สิงห์ เชียงราย ต่างโกยแต้มเป็นว่าเล่นและแซงพวกเขาขึ้นไปอยู่อันดับที่ 2 และ 3 ตามลำดับไปแล้ว
โดย แข้งเทพ ยังหยุดอยู่ที่ 29 แต้ม จากการลงสนาม 17 แต้ม และยังรั้งอยู่อันดับที่ 4 ของตาราง โดยมีแต้มตามหลังจ่าฝูงอย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อยู่เพียง 4 แต้ม ซึ่งนั่นเป็นเหตุผลที่กุนซืออย่าง มาโน โพลกิง มองว่าโอกาสลุ้นแชมป์ของพวกเขายังคงเปิดกว้าง เนื่องจากทีมใหญ่ก็มักทำแต้มหลุดมือให้เห็นอยู่บ่อยๆเช่นกัน