ข่าว บอลไทย ฟุตบอลไทย
บททดสอบของ ทีมชาติไทย คือจิตใจของตัวเอง!
ใกล้เข้ามาแล้วสำหรับเกมฟุตบอลที่แฟนบอลชาวไทยรอคอย สำหรับการคุมทีมอย่างเป็นทางการเกมแรกของกุนซือ ทีมชาติไทย คนใหม่อย่าง อากิระ นิชิโนะ กับรายการฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย โดยเกมประเดิมสนามของกุนซือชาวญี่ปุ่น ถือว่าเป็นเกมที่หนักหนาสาหัสพอสมควรกับการเปิดสนามมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์-รังสิต รับการมาเยือนของทีมคู่ปรับสำคัญในภูมิภาคอาเซียนอย่าง ทีมชาติเวียดนาม ที่ในระยะหลังต้องยอมรับว่าพลพรรค ดาวทอง เหนือกว่าทีมชาติไทย ทั้งทางตรงและทางอ้อม ไม่ว่าจะเป็นอันดับโลก รวมไปถึงผลงานในระยะหลัง ไล่ตั้งแต่รายการ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ เมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว ที่พวกเขาสามารถพูดคำว่า ราชาอาเซียน ได้เต็มปาก
 
นอกจากนี้ผลงานในระดับทวีป ทีมชาติเวียดนาม ก็ยังเข้าไปถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย ในขณะที่ทัพ ช้างศึก เข้าไปถึงเพียงรอบ 16 ทีมสุดท้าย ส่วนผลงานการพบกันครั้งล่าสุดที่แฟนบอลชาวไทยจำได้ไม่ลืมนั่นก็คือศึกฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ที่จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา ที่ ทีมชาติไทย ภายใต้การคุมทีมของกุนซือรักษาการณ์อย่าง โค้ชโต่ย ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย ก็ดันพ่ายต่อหน้าแฟนบอลของตัวเองให้กับทีมของ ปาร์ค ฮัง ซอ กุนซือชาวเกาหลีใต้ ผู้เป็นทุกสิ่งทุกอย่างของทีมชาติเวียดนามในเวลานี้
 
การประกาศรายชื่อทีมชาติไทยชุด 23 คนสุดท้ายในการแข่งขันครั้งนี้ ก็ยังคงมีกระแสวิพากย์วิจารณ์พอสมควร กับการเลือก ศุภชัย ใจเด็ด เป็นกองหน้าโดยธรรมชาติเพียงคนเดียวของทีมชุุดนี้ ในขณะที่ตำแหน่งแบ็คขวานายใหญ่เลือดซามูไร ก็จัดการเรียกผู้เล่นในตำแหน่งนี้มาติดทีมถึง 3 รายอันประกอบไปด้วย นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม ,ทริสตอง โด และ นิติพงษ์ เสลานนท์ ท่ามกลางเครื่องหมายคำถามจากเหล่าบรรดาแฟนบอลต่างๆนานา
 
อย่างไรก็ตามสัญญาณที่ดีของ ช้างศึก เวอร์ชั่น นิชิโนะ ก็คือการสร้างทีมเพื่ออนาคตที่จะต่อยอดไปยัง ทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ที่กุนซือชาวญี่ปุ่นรายนี้นั่งแท่นเป็นกุนซือใหญ่ควบคู่กันไป โดยผู้เล่นดาวรุ่งอย่าง เอกนิษฐ์ ปัญญา ,ศศลักษณ์ ไหประโคน ,ชินภัทร์ ลีเอาะ ,สุภโชค สารชาติ และ ศุภชัย ใจเด็ด มาติดทีมชาติไทยชุดใหญ่
ซึ่งนักเตะเหล่านี้น่าจะเป็นแกนหลักของทีมชาติไทยชุด U23 ในการทำภารกิจกีฬา ซีเกมส์ ในช่วงปลายปีนี้อย่างแน่นอน นอกจากนี้เราก็ยังได้เห็นผู้เล่นหน้าใหม่ที่ติดทีมชาติชุดใหญ่มาเพียงไม่กี่ครั้ง หรืออาจยังไม่เคยติดทีมมาก่อน มาผสมผสานอยู่ในทีมชุดนี้ไม่ว่าจะเป็น มานูเอล ทอม เบียรห์ ,ศิวกรณ์ เตียตระกูล ,พิธิวัตต์ สุขจิตธรรมกุล ,บดินทร์ ผาลา
รวมไปถึง พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี อยู่ในทีมชุดนี้ด้วย ดังนั้นการนำผู้เล่นเหล่านี้มาผสมผสานกับผู้เล่นที่ค้าแข้งในต่างแดนอย่าง ชนาธิป สรงกระสินธ์ ,ธีราทร บุญมาทัน ,ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ รวมไปถึง กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจและน่าติดตามเป็นอย่างยิ่ง ทีมชาติไทย ชุดใหม่จะมีแนวทางการเล่นเป็นอย่างไร
 
ซึ่งก่อนเกมจะเริ่มขึ้นเพียงไม่กี่วันมีกระแสเรื่องราวนอกสนามมากมาย ที่ปะทุขึ้นมาทั้งการสอดแนมของสื่อจากประเทศเวียดนาม ทั้งที่ อากิระ นิชิโนะ ได้สั่งล้อมรั้วซ้อมแบบปิด ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนทุกแขนงเข้าทำข่าว อย่างไรก็ตามเรื่องดังกล่าวมันก็เป็นเพียงเรื่องนอกสนาม ซึ่งถือเป็นบทเรียนของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ที่จะต้องนำมาเรียนรู้และแก้ไขปัญหาดังกล่าวกันต่อไป เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อทัพ ช้างศึก ของเรา
 
และนั่นดีไม่ดีอาจจะเป็นแผนของทัพ ดาวทอง ที่ต้องการทำให้ ทีมชาติไทย เสียสมาธิในการฝึกซ้อมมากที่สุด ซึ่ง ทีมชาติไทย เองก็ไม่ควรเดินตามเกมของคู่แข่ง และจะต้องมุ่งมั่นโฟกัสกับการฝึกซ้อมให้มากที่สุด ซึ่งก่อนเกมเชื่อว่าแฟนบอลหลายท่านอาจเป็นกังวลกับการจัดทีมของ อากิระ นิชิโนะ เนื่องจากมีการเรียกกองหน้าธรรมชาติมาติดทีมเพียงรายเดียว
 
อย่างไรก็ตาม หากมองกลับกันบรรดากองกลางตัวรุกหลายคนของ ทีมชาติไทย ชุดนี้ก็ถือว่ามีศักยภาพเพียงพอที่จะรับบทกองหน้า ในรูปแบบ ฟอลท์ไนน์ โดยเฉพาะการจบสกอร์และความสามารถเฉพาะตัวที่ไม่ว่าจะเป็น ชนาธิป สรงกระสินธ์, สุภโชค สารชาติ, เอกนิษฐ์ ปัญญา หรือ บดินทร์ ผาลา ก็น่าจะเล่นได้อย่างไม่มีปัญหา แต่กองหน้าที่ว่านี้อาจไม่ใช่กองหน้าตัวเป้าที่คอยยืนอยู่หน้าประตูเพียงอย่างเดียว
เราอาจคุ้นตากับการยืนเป็นกองหน้าตัวเป้าของ ธีรศิลป์ แดงดา หรือ อดิศักดิ์ ไกรษร รวมไปถึง ศุภชัย ใจเด็ด แต่ครั้งนี้มันอาจไม่เป็นเหมือนครั้งที่ผ่านๆมา ทั้งในเรื่องของรูปแบบการยืน รวมไปถึงแท็คติกการเล่น คอนเซปต์และวิธีการต่างๆ โดยต้องยอมรับว่าการจัดทีมของ นิชิโนะ ในครั้งนี้ เดาได้ยากกว่าครั้งที่ผ่านๆมา
แม้กระทั่งกูรูฟุตบอลบ้านเราเอง ก็ยังวิเคราะห์และเดาไม่ออกเหมือนกันว่าโฉมหน้า 11 ผู้เล่นชุดแรกของ ทีมชาติไทย ชุดนี้จะเป็นอย่างไร นับประสาอะไรกับสเก๊าต์ของทัพ ดาวทอง ที่จะเข้ามาล้วงข้อมูลของ ทีมชาติไทย
ดังนั้นการเคลื่อนที่เป็นกลุ่มแบบขึ้นหมดลงหมด จึงน่าจะเป็นสิ่งที่น่าจะได้เห็นในยุคของกุนซือชาวญี่ปุ่น การลงรายละเอียดในเรื่องของแท็คติก จึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจมากๆสำหรับเกมนี้ หลายๆท่านอาจจะเฝ้ารอการเฉิดฉายของ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ผู้แบกความหวังของแฟนบอลชาวไทยดังนั้นเชื่อได้เลยว่าทีมงานของทีมชาติเวียดนาม ก็น่าจะคิดเหมือนกับเรา และสิ่งที่พอจะเดาได้ก็คือ
 
เมสซี่เจ น่าจะถูกหมายหัวตามประกบ ตามไล่อัด ไล่เตะ กันแบบหายใจรดต้นคอกันเลยทีเดียว ซึ่งในความคิดของ นิชิโนะ อาจจะแปรสภาพให้ดาวเตะจาก คอนซาโดเล ซัปโปโร กลายเป็นตัวหลอก เพื่อดึงผู้เล่นของ เวียดนาม มารุมประกอบแข้งตัวจิ๋วรายนี้ เพื่อเป็นการเปิดช่อง และตีโซนแนวรับของทัพ ดาวทอง ก็เป็นได้
 
โดยก่อนเกมภายในงานแถลงข่าวความพร้อมก่อนเกม ปาร์ค ฮัง ซอ กุนซือเลือดโสมขาวของ ทีมชาติเวียดนาม ได้ออกมาเล่นสงครามจิตวิทยาด้วยการยกย่อง ชนาธิป สรงกระสินธ์ จอมทัพของทีมชาติไทย ว่าเป็นสุดยอดนักเตะ แต่ก็ยืนยันว่าจะไม่ประมาททีมชาติไทยเด็ดขาด พร้อมยืนยันว่า ทีมชาติเวียดนาม ไม่มีอะไรต้องกลัว ทีมชาติไทย เลยแม้แต่น้อย
นอกจากนี้ เก ง็อก ไฮ กองหลังกัปตันทีมยังกล่าวก่อนเกมด้วยว่าเกมในวันพรุ่งนี้จะเป็นเกมที่เข้มข้นและมีการเข้าปะทะหนักกันทั้งเกมอย่างแน่นอน ดังนั้นอีกหนึ่งสิ่งที่ขุนพลทีมชาติไทยจะต้องระมัดระวังที่สุดอาจไม่ใช่แค่คู่แข่งอย่างทีมชาติเวียดนาม เพียงอย่างเดียว
ทัพ ช้างศึก ยังต้องเอาชนะตัวเอง ควบคุมอารมณ์จากการยั่วยุของคู่แข่งให้ได้ และมีสมาธิในเกมให้มากที่สุด เพราะบางทีคู่แข่งสำหรับ ทีมชาติไทย อาจไม่ใช่ ทีมชาติเวียดนาม แต่เป็นตัวเราเองนี่แหละ ที่จะต้องเอาชนะจิตใจของตัวเองให้ได้ ไม่หลงไปกับสิ่งเร้าจากนานาสารทิศ 
 
ยอมรับเเต่ไม่ยอมเเพ้ | Documentary
ทุกคำวิจารณ์ ทุกคำกล่าวหา พวกเราเรียนรู้เเละก้าวเดินต่อไป #ยอมรับเเต่ไม่ยอมเเพ้ มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับพวกเรา #เชียร์ไทยใจเดียวกัน ส่งเสียงเชียร์เเละกำลังใจกับทัพช้างศึก ฟุตบอลทีมชาติไทย ในศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบสอง นัดเเรก กลุ่มจี🇹🇭 ทีมชาติไทย พบ ทีมชาติเวียดนาม 🇻🇳วันที่ 5 กันยายน 62 เวลา 19.00 น. ณ สนามกีฬามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ถ่ายทอดสดไทยรัฐทีวี ช่อง 32 #ช้างศึก #เชียร์ไทยใจเดียวกัน #TogetherAsOne #บอลไทย #ฟุตบอลไทย #นักฟุตบอลทีมชาติไทย #Thailand #Football #FAThailand #AsianQualifiers #FIFA2022 #ฟุตบอลโลก #บอลโลก #คัดบอลโลก #FIFAWorldcup #Qatar2022 #AFC #RiseBackUp #WorldCup #2022WCQ #FIFAWC #SarachYooyen #TanaboonKesarat #ChatchaiBootprom #SasalakHaiprakon #AdisornPromrak #สารัชอยู่เย็น #ธนบูรณ์เกษารักษ์ #ฉัตรชัยบุตรพรม #อดิศรพรหมรักษ์ #ศศลักษณ์ไหประโคน #สารัช #ธนบูรณ์ #ฉัตรชัย #อดิศร #ศศลักษณ์
Posted by ช้างศึก on Tuesday, September 3, 2019
เพราะสำหรับเกมนี้ นอกจากจะเป็นเกมแห่งศักดิ์ศรีของทั้งนักเตะและแฟนบอลทั้งสองชาติแล้ว มันยังเป็นเกมที่เรียกโมเมนตั้มและเรียกศรัทธาจากแฟนบอลชาวไทยให้กลับมาสู่ทัพ ช้างศึก ได้เป็นอย่างดี
 
หากพวกเขาสามารถเอาชนะคู่ปรับสำคัญที่สุด ในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด กับรายการที่สำคัญที่สุดอย่างฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก และหวังเป็นอย่างยิ่งพลพรรคนักเตะไทยจะทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างดีที่สุด เพื่อสร้างความมั่นใจสำหรับเกมต่อๆไป และสร้างความสุขให้กับแฟนบอลชาวไทย
 
สำหรับ ทีมชาติไทย มีโปรแกรมเปิดบ้านพบกับ ทีมชาติเวียดนาม ในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 2 นัดแรกของกลุ่ม จี วันที่ 5 กันยายน 2562 เวลา 19.00 น. ที่สนามกีฬามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต ถ่ายทอดสดทาง ไทยรัฐทีวี