บทความบอลไทย
6 สิ่งที่เปลี่ยนไปเมื่อ "นิชิโนะ" เข้ามา

ตั้งแต่ที่ทีมชาติไทย เริ่มมีกุนซือที่ชื่อ อากิระ นิชิโนะ มีหลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนไป กระแสฟุตบอลทีมชาติไทยเริ่มมีมากขึ้น แฟนบอลชาวไทยเริ่มมีศรัทธามากขึ้นกับทีมชาติไทย นั้นอาจะเป็นเพราะทีมชาติไทยได้โค้ชจากประเทศญี่ปุ่น ที่มีดีกรีที่ไม่ธรรมดา หวังพึ่งได้และนักเตะทุกคนในทีม มีความพร้อมเต้มพิกัด มีความกระหายที่อยากจะชนะ ดังนั้นไม่แปลกเลยที่ทีมชาติไทยครั้งนี้ ภายใต้การคุมทีมของโค้ช อากิระ นิชิโนะ จะทำให้แฟนบอลชาวไทยรู้สึกได้ถึงความพร้อมของทีม และความหวังที่ทีมชาติไทยชุดนี้ จะไปยืนอยู่บนจุดสุงสุดของเอเชีย หรือไปไกลถึงระดับโลก แต่อย่างไรก็ตามต้องขึ้นอยู่กับเวลา ความสามัคคีของนักเตะ และมันสมองของโค้ช

อากิระ นิชิโนะ กุนซือจากประเทศญี่ปุ่น ได้เข้ามาคุมทีมชาติไทยชุดนี้ ทำให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงมากมาย เพียงแค่เวลาไม่กี่วันก่อนการแข่งขันในวันที่ 5 กันยายน 2562 ที่ทีมชาติไทยต้องพบกับทีมชาติเวียดนาม ทีมชาติไทยมีการเตรียมพร้อมก่อนการแข่งขันแค่ไม่กี่วัน นิชิโนะ จะต้องรับมือกับนักเตะที่มีทักษะ และฝีเท้าต่างกัน ซึ่งจะต้องวางแผนให้ทั้งทีมสามารถเล่นด้วยกันได้ ซึ่งในการแข่งขันวันที่ 5 กันยายน 2562 ทีมชาติไทยไม่สามารเอาชนะทีมชาติเวียดนามได้ ทำได้แค่เสมอโดยที่ไร้สกอร์ แต่จากการแข่งขันนัดนี้ ทำให้เห็นเลยว่า ทีมชาติไทยสามารถสู้ได้อย่างสุดมันส์ และมีโอกาสมากกว่า ทีมชาติเวียดนาม เพียงแค่มีเวลาเตรียมตัวแค่ไม่กี่วัน แต่ก็สามารถทำได้ถึงขนาดนี้ นั่นจึงเป็นสัญญาณที่ดี ที่ทำให้เห็นแล้วว่าทีมชาติไทยจะต้องพัฒนาไปได้ไกลอย่างแน่นอน

ซึ่งล่าสุด สื่อดังของไทยอย่าง Thai PBS Sport ได้เปิดเผยถึง 6 สิ่งที่เปลี่ยนแปลงของทีมชาติไทย ที่สังเกตได้อย่างชัดเจน เมื่อได้โค้ชอย่าง อากิระ นิชิโนะ มาคุมทีมชาติไทย ซึ่ง 6 สิ่งที่เปลี่ยนไปของทีมชาติไทยจะมีอะไรบ้าง มาดูกันเลย

1.การเตรียมตัว และเตรียมความพร้อมของตัวนักเตะเอง นักฟุตบอลแต่ละคนมีการเตรียมตัวมาดี ทุกคนจะไม่มีการหิ้วสตั๊ดลงมาในสนามซ้อม โดยที่นักฟุตบอลจะต้องใส่ชุดอุปกรณ์พร้อมที่จะลงซ้อมทันที ไม่มีการรีรอ ไม่มีการโอ้เอ้ นักเตะทุกคนพร้อมที่จะซ้อมกันทุกคน เมื่อทุกคนอยู่ในสนามทุกคนก็จะรู้หน้าที่ของตัวเอง ไม่มีการพูดเล่น หยอกล้อ ทุกคนดูเตรียมพร้อมมาเพื่อซ้อมจริงๆ นั่นทำให้นักเตะมีความพยายาม มีความมุ่งมั่นสูง เพื่อจะชนะในการแข่งขันครั้งต่อๆไป

2.การรู้จักหน้าที่ของตัวเอง ในขณะที่ซ้อมทุกคนก็จะรู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไร มีหน้าที่อะไร และทำเพื่ออะไร ทำเพื่อใคร ซึ่งนักเตะทุกคนไม่มีใครกล้าหยิบมือถือขึ้นมาเล่นเลย ทุกคนต่างทำหน้าที่ที่สำคัญของตัวเอง ยอมอดทนเพื่อจุดหมายที่สำคัญ แม้แต่รุ่นพี่ใหญ่ของทีมชาติไทย ก็ยังไม่กล้าที่จะจับมือถือมาเล่นกันเลย ทำให้รุ่นน้องปฏิบัติตามกันทุกคน นับว่าเป็นเรื่องที่ดีมากๆ มันทำให้รู้ว่านักเตะทุกคนมีความพยายามมากขนาดไหน

3.บทบาทหน้าที่ของทุกคน ทุกคนจะต้องรู้หน้าที่ของตัวเอง รวมทั้งโค้ช และผู้ช่วยโค้ช ทุกคนมีบทบาทชัดเจนโดยที่ไม่ต้องรอคำสั่งจาก นิชิโนะ ทุกคนจะต้องรู้ว่าตัวเองต้องทำอะไรบ้าง ในฐานแต่ละฐานที่จัดไว้ให้กับนักฟุตบอล ผู้ช่วยผู้ฝึกสอนทุกคนก็ทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม ทุกคนต่างรู้หน้าที่ของแต่ละคน ทำให้การทำงานเป็นไปอย่างราบรื่น

4.ทุกคนคือส่วนสำคัญของทีม ทุกคนการเป็นส่วนสำคัญที่จะผลักดันทีมให้ก้าวไปข้างหน้า ไม่พ้นแม้แต่ ล่ามแปลภาษา ที่เป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้การสื่อสารเป็นไปได้อย่างราบรื่น ขนาดตอนซ้อมล่ามก็จะต้องเดินไปพร้อมกัน ซ้อมไปพร้อมกัน เพื่อให้นักเตะเข้าใจในสิ่งที่ นิชิโนะ สอนในการเล่น การวางแผนต่างๆ ดังนั้นทุกคนจึงเป็นส่วนสำคัญ ที่จะช่วยให้ทีมชาติไทยก้าวต่อไปข้างหน้าได้

5.ความกะตือรือร้น ทุกคนจะต้องมีความกะตือรือร้นในการซ้อม และการแข่งขัน จะต้องมีสมาธิไม่วอกแวก ดังนั้นทุกคนจึงต้องทำผลงานให้ดี และมีสมาธิให้มากที่สุดเพื่อจะได้ไปต่อในรายการต่อๆไป 

6.เวลา ทุกนาทีมีค่า นักเตะทุกคนจะต้องรักษาเวลาของตัวเองให้ดีที่สุด เพราะเวลานั้นสำคัญมาก มีเวลาเก็บตัวน้อย เวลาซ้อมน้อย ดังนั้นเวลาทุกนาทีจึงมีค่ามาก ไม่ควรทิ้งเวลาให้เปล่าประโยชน์ นักเตะทุกคนจะต้องใช้เวลาให้เกิดประโยชน์กับตัวเองมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

6 สิ่งที่กล่าวมานี้ คือสิ่งที่เปลี่ยนไป เมื่อมีกุนซือทีมชาติไทยที่ชื่อ อากิระ นิชิโนะ เข้ามาคุมทีม ทำให้นักเตะทุกคนมีความกะตือรือร้นมากยิ่งขึ้น ทุกคนรู็หน้าที่ของตัวเอง รู้บทบาทของตัวเอง ไม่วอกแวก ไม่ทิ้งโอกาสให้เสียไป ทำให้ทีมชาติไทยชุดนี้เปลี่ยนไปอย่างมาก และมีโอกาสอย่างมากที่จะไปไกลมากกว่านี้ในอนาคต


ข่าวบอลไทย