บทความบอลไทย
เมสซี่เจ เจลีกโมเดล

เมสซี่เจ เจลีกโมเดล สู่ฟุตบอลไทย



ชนาธิป สรงกระสินธ์ หรือที่รู้จักกันในฉายา “เมสซี่เจ” เกิดวันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2536 ปัจจุบันอายุ 25 ปี มีพี่ชาย 1 คน และพี่สาว 1 คน เป็นชาวจังหวัดนครปฐม ในสมัยเด็ก พ่อของเขาบอกว่า มีอยู่วันหนึ่งได้เรียกลูกชายทั้ง 2 คนมา แล้วโยนลูกบอลให้ แต่พี่ชายของชนาธิปกลับเดินหนีลูกฟุตบอลไปเล่นอย่างอื่น ขณะที่ตัวเขากลับเล่นฟุตบอลตั้งนานไม่ยอมเลิก นับแต่นั้นพ่อของเขาจึงมั่นใจว่า ลูกชายคนนี้มีแววว่าจะประสบความสำเร็จจากการเป็นนักฟุตบอล

 

ชนาธิปบอกว่าคุณพ่อ เป็นโค้ชคนแรก แม้พ่อจะเล่นบอลไม่เก่ง แต่พ่อก็ตัดสินใจทุ่มเทเวลาทั้งค้นคว้า ศึกษาหาวิธีการในการฝึกฟุตบอลรูปแบบต่างๆ ให้แก่ตัวเขา รวมไปถึงพาไปคัดตัวเป็นนักฟุตบอลตามโรงเรียนต่างๆ เขาบอกว่า ไม่ว่าเวลาว่างช่วงไหน ไม่ว่าจะสนามปูน สนามหญ้า พ่อจะคอยบอกให้เขาซ้อมบอลตลอด เพื่อหวังว่าวันหนึ่งเด็กชายที่ชื่อว่า ชนาธิป สรงกระสินธ์ จะมีโอกาสติดทีมชาติไทย


 

สมัยที่เขาเป็นนักเรียนนั้น เขาเคยถูกสโมสรหลายแห่งปฏิเสธการเซ็นสัญญาเป็นนักฟุตบอลอาชีพครั้งแล้วครั้งเล่า เพราะรูปร่างที่เล็กเกินไป แต่นั่นไม่ได้ทำให้เขายอมแพ้แต่ยังคงมุ่งมั่นฝึกซ้อมต่อไป จนสุดท้ายชนาธิปมีโอกาสได้มาร่วมทีมเยาวชนสโมสรบีอีซี เทโรศาสน โดยได้รับค่าแรงเดือนละ 10,000 บาท ก่อนขึ้นเป็นชุดใหญ่ของทีม และย้ายไปร่วมสโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ดชื่อเสียงของเขาเป็นที่รู้จักมากขึ้น ทำให้สโมสรคอนซาโดเล ซัปโปโร ทำสัญญายืมตัวเขาจากสโมสรเอสซีจี เมืองทอง เพื่อไปเล่นในเจลีกช่วงกลางปี 2560 ฤดูกาลแรกของเขาที่ญี่ปุ่น ชนาธิปลงเล่นไป 18 นัดยิงประตูไม่ได้ อย่างไรก็ตาม เขาก็สามารถพาทีมรอดจากการตกชั้นได้ และจบฤดูกาลลำดับที่ 11


 

ปัจจุบัน ชนาธิป ถูกสโมสรคอนซาโดเล ซัปโปโร ตั้งค่าตัวไว้สูงกว่า 200 ล้านบาท จนเป็นนักฟุตบอลอาชีพที่ค่าตัวแพงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แพงกว่านีล เอเธอริดจ์ ผู้รักษาประตูทีมชาติฟิลิปปินส์ที่เล่นให้สโมสรคาร์ดิฟฟ์ซิตี้ ในพรีเมียร์ลีกของอังกฤษ ซึ่งมีค่าตัวอยู่ที่ 129 ล้านบาท

 

ตลอดปีที่ผ่านมา การย้ายไปค้าแข้งที่ประเทศญี่ปุ่นของนักฟุตบอลไทย กลายเป็นกระแสที่น่าจับตา หลายคนมองว่าเป็นเรื่องของการตลาด แต่ในส่วนของนักเตะ พวกเขาคิดว่านี่คือก้าวต่อไปในอีกระดับของการเป็นนักฟุตบอลระดับโลก แต่ความจริงแล้ว “นักบอลไทยไปแล้วได้อะไร” “ทำไมต้องเป็นญี่ปุ่น” และที่สำคัญ… “มันจะทำให้วงการฟุตบอลไทยพัฒนาได้จริงหรือ?”

 

“ผมมองว่ามันเป็นเพียงจุดเริ่มต้น” วิทยา เลาหกุล หรือที่รู้จักกันในนาม โค้ชเฮง ประธานฝ่ายพัฒนาเทคนิคสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และอดีตนักเตะไทยยุคแรกๆ ที่เคยไปค้าแข้งในประเทศญี่ปุ่นกล่าว “สาเหตุที่ต้องเป็นญี่ปุ่น เพราะว่าฟุตบอลญี่ปุ่นนั้นดีกว่าเรา ตอนนี้ถือว่าเป็นโชคดี เพราะมีคนนำทางให้แล้ว ผมคิดว่าในอนาคตน่าจะมีนักเตะอีกหลายคนที่กล้าจะตามไป”


“มันอยู่ที่ผู้เล่นแต่ละคนด้วยว่าเป้าหมายการเป็นนักฟุตบอลของเขาชัดเจนหรือไม่” โค้ชเฮง กล่าว “ผมคิดว่าเรื่องเงินมันไม่ได้แตกต่างอะไรมาก แต่ที่สำคัญคือการที่คุณต้องไปสู้กับคนอื่นๆ …สำหรับนักเตะที่ได้ไป เขาก็จะได้เรียนรู้สิ่งต่างๆที่อยู่ในระดับโลก โดยเฉพาะเรื่องวินัย ที่จะทำให้นักเตะของเราพัฒนาได้อย่างเต็มศักยภาพ”


แต่คำถามที่ยังค้างคาอยู่ในใจแฟนบอลชาวไทยคือ การไปค้าแข้งต่างประเทศ จะช่วยให้วงการฟุตบอลไทยพัฒนาขึ้นจริงหรือไม่ ฟุตบอลโลกในปัจจุบัน ก่อตั้งมาเกือบ 100 ปี โดยที่ทีมชาติไทยยังแทบไม่เคยเฉียดเข้าใกล้ แต่นี่ย่อมถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับการเปลี่ยนแปลง  “ณ วันนี้ มันอาจจะบอกอะไรเราไม่ได้ เพราะอย่างที่ผมบอกในตอนแรกว่านี่คือจุดเริ่มต้นของการพัฒนาฟุตบอลไทยแบบจริงจังเท่านั้น การไปญี่ปุ่นของนักเตะไทย ก็ยังไม่ได้ตอบโจทย์ทั้งหมด เพราะมันยังไม่เพียงพอ ผมอยากเห็นนักเตะไทยไปค้าแข้งในประเทศเยอรมัน, เบลเยียม หรือไปถึงอเมริกาใต้” โค้ชเฮงกล่าว


  

สุดท้ายแล้ว ตอนนี้เจได้นำร่องสู่ฟุตบอลสมัยใหม่ เราเห็นได้แล้วว่าตัวนักเตะพัฒนามากขึ้นจริงๆ รวมถึงเจ้านิวคือรายล่าสุด การทำงานที่จริงจังเนื่องจากคำว่ามืออาชีพ อย่างไรก็ตาม การมาเล่นฟุตบอลอาชีพในญี่ปุ่นคือสิ่งที่เขาฝัน ทุกวันนี้แม้จะเหนื่อยแต่ก็มีความสุขกับชีวิตมาก เรื่องของชนาธิป อาจทำให้เรารู้ว่า คนอื่นไม่ได้เป็นตัวที่จะมากำหนดความสำเร็จในชีวิตของเรา สำหรับ เจ ชนาธิป ทุกคนรู้ว่าเขาตัวเล็ก และน่าจะเสียเปรียบ ทั้งลูกบนอากาศ และช่วงก้าวที่สั้นกว่าคนอื่น แต่เมื่อเขาพยายามฝึกฝน และหาจุดเด่นของตัวเอง สิ่งที่ทุกคนได้สบประมาทก็ถูกทำลายไป ตัวเราเท่านั้นเลือกที่จะเป็นได้ ไม่ใช่ลมปากของใครคนหนึ่ง



ย...โย่