บทความบอลไทย
ระเบิดเวลาของ "มาโน่ โพลกิ้ง"

"เล่นแบบนี้ฝันไปเหอะ มือเปล่าอีกปีแน่นอน " "แต่ก็รอดูปีนี้ ถ้าเลกแรกไม่มีท่าทีที่ดีพอ คงจะบ๊ายบาย" "ไม่โทษโค้ชแล้วจะโทษใครหว่า"   


กระแสโหมกระหน่ำมากมายในโลกโซเชียลที่ถาโถมใส่ชายที่ชื่อว่า มาโน่ โพลกิ้ง ด้วยผลงานการพา ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด  ตกรอบคัดเลือก เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 2019  ด้วยการเปิดบ้านพ่าย ฮานอย เอฟซี 0-1 เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา  โดยมาเสียประตูจากลูกจุดโทษในช่วงท้ายเกม และ เหงียน วาน เควียต กองกลางกัปตันทีม วัย 27 ปี และยิ่งเจ็บช้ำไปกว่านั้น นี่ไม่ใช่การพ่ายแพ้ตกรอบครั้งแรก ซึ่งครั้งแรกเกิดขึ้นในปี 2017 ที่แพ้ต่อ ยะโฮร์ ดารุล ต๊ะซิม จากมาเลเซีย ในการดวลจุดโทษ 5-6 ณ สนามเดียวกันนี้ จึงเป็นเหตุผลที่กระแสจึงแรงเป็นพิเศษนั่นเอง



มากกว่าความพ่ายแพ้ของสโมสรนั่นคือความพ่ายแพ้ของไทยลีก เราหลายคนรู้เป็นอย่างดีว่า ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด คือทีมระดับท็อปของไทย แต่ทำไมถึงพ่ายแพ้กับสโมสรในอาเซียนที่หลายๆคนคิดว่า “อ่อนกว่าไทยลีก” และมาตอกย้ำในช่วงที่ทีมชาติไทยมีประเด็นกับทีมชาติเวียดนามในเรื่องของผลงานอีก ยิ่งทำให้ไฟลุกโชนเหมือนน้ำมันราดใส่ไฟ เหมือนเป็นการตอกย้ำหัวใจคนไทยว่าเราตามหลังเวียดนามจริงหรือ


ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด หนึ่งในทีมเงินหนาแห่งศึกไทยลีก นับตั้งแต่ “มาโน่” ก้าวเข้าสู่รั้วแข้งเทพเมื่อปี 2014 เจ้าตัวก็ได้ถลุงเงินจากสโมสรเข้าขั้นเยอะมาก แต่ผลลัพธ์จากการใช้จ่ายนักเตะกลับไม่มีแชมป์ติดมือซักปี  ผลงานใน ACL ก็เข้าขั้นแย่ และปี 2019 นี้ก็ดูเหมือนว่าจะช็อปนักเตะค่อนข้างที่เป็นตัวท็อปและแพง ไม่ว่าจะเป็น ทริสตอง โด (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด), พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด), อานนท์ อมรเลิศศักดิ์  (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด), เนลสัน โบนิญา (สุโขทัย เอฟซี) หรือแม้แต่ ไมค์ ฮาฟนาร์ (วิสเซล โกเบ) เข้ามาเติมเต็ม แต่กลายเป็นว่าเปิดฉากได้ห่วยจนแฟนบอลส่ายหน้าเลยทีเดียว



  

ความมั่นในใจในตัวมาโน่ของ  “บิ๊กขจร” ถ้าให้คาดเดาตอนนี้ก็ดูเหมือนจะแย่ลงไปทุกขณะ เอาง่ายๆคือแกค่อนข้างจะหวังสูงมาก ซึ่งปีนี้แกประกาศชัดว่า “ปีนี้ขอคว้าแชมป์” ยิ่งทำให้ความมั่นใจน้อยลงไปอีกแต่กลายเป็นความกดดันของฝั่งมาโน่แทน ถ้าให้ยกเคสง่ายๆ ถ้าเปิดลีกมา 5 นัดแรก ไม่ชนะใคร 3 นัด คาดว่ามาโน่ต้องเก็บข้าวของออกไปแน่นอน แต่การหาโค้ชรองรับไว้ตอนนี้ก็ยากอยู่เหมือนกันแต่ไม่ใช่ปัญหาใหญ่สำหรับ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด  ปัญหาจริงๆคือโค้ชคนไหนกล้ารับไม้ต่อกับการคาดหวังระดับสูงมากกว่า



คำพูดของ เนวิน ชิดชอบ ปธ.สโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่เคยแซะไว้ในงานเปิดตัวแบรนด์เสื้อแข่ง "อาริ" "อาริ อาจต้องคิดหน่อย ถ้าจะทำเสื้อของ แบงค็อกฯ เยอะ อาจขายไม่ได้และขาดทุน เนื่องจาก แบงค็อกฯ อาจไม่ผ่านรอบแบ่งกลุ่ม เอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก" ดูเหมือนเป็นการพูดที่เล่นที่จริง แต่มันดันกลายเป็นจริงซะงั้น  กลายเป็นตลกร้ายสำหรับ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด  





ไม้ตายสุดท้ายของมาโน่ที่ได้ออกมาสัมภาษณ์นั่นคือ "เรามีบทเรียนมาแล้วในปี 2017 ตอนนั้นเราแพ้ ยะโฮร์ และก็เริ่มต้นในลีก ได้ไม่ดี แต่ปีนี้ ผมมั่นใจว่า สถานการณ์จะไม่เป็นแบบนั้น เพราะ เรามีประสบการณ์มากขึ้น และ ผมก็เชื่อมั่นในศักยภาพของลูกทีมทุกคน ก็มั่นใจครับว่า เราจะเริ่มต้นได้ดี เพื่อทำตามเป้าหมายที่วางไว้ได้ หลังจากนี้ เราก็ต้องมีสมาธิ และ มุ่งมั่น กับเป้าหมายในลีกต่อไป รวมถึงลุ้นคว้าแชมป์บอลถ้วยสักรายการให้ได้ ก็ยืนยันว่า ยังเชื่อมั่นในลูกทีมทุกคนครับ ว่านี่จะเป็นฤดูกาลที่ดี สำหรับเรา" มาโน ปิดท้าย ซึ่งก็เป็นธรรมดาของกุนซือที่ต้องกล่าวแบบนี้ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่ ถือเป็นการปรอบใจตัวเองซะมากกว่า 






คำพูดที่บอกว่า "ปีนี้เรามาแน่" นี่คือ สาสน์ ท้ารบโดยตรงต่อ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แชมป์เก่า ซึ่ง ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด พลาดถ้วยใบใหญ่อย่าง ACL ไปแล้ว ก็ยังเหลืออีก 3 ถ้วย ในประเทศ ที่อย่างน้อยๆต้องให้ได้ซักถ้วยติดมือเมื่อจบฤดูกาล สุดท้ายนี้สำหรับมาโน่แล้วคือระเบิดเวลาที่เจ้าตัวถืออยู่ เก้าอี้ร้อนเหลือเกินพร้อมที่จะเด้งตลอดเวลา อนาคตของมาโน่ ผลงานของ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด  คือตัวชี้วัด ดุงดั่งระเบิดเวลานั่นเอง



ย...โย่