บทความบอลไทย
ฝันร้าย ฟุตบอลไทย


สำหรับวงการกีฬาต่างๆมักมีฝันร้ายที่ทุกคนไม่อยากเอ่ยถึงกันทั้งนั้น ฟุตบอลไทยก็เช่นกันมีฝันร้ายที่แฟนๆนักเตะและโค้ชทุกคนไม่อยากพบไม่อยากเจอ วันนี้ตารางบอลไทยจะมาพูดถึงประเด็น "ฝันร้ายบอลไทย" เรื่องแรก คือเรื่องการแข่งขันกันระหว่างทีมชาติไทยกับทีมชาติอินเดีย ในการแข่งขัน AsianCup2019 ในการแข่งขันครั้งนั้นทีมชาติไทยต้องพบกับทีมชาติอินเดีย เป็นอีกหนึ่งคู่แข่งที่ยากสำหรับทีมชาติไทยในตอนนั้น แต่ทุกคนก็ไม่ยอมแพ้ต่างกระหายที่จะชนะเพื่อ 3 แต้ม ของการแข่งขันนัดนี้ โดยสถิติที่ทั้งคู่เคยพบกันอย่างเป็นทางการ ปรากฎว่าทีมชาติไทยชนะ 11 นัด เสมอ 4 นัด และแพ้ 6 นัด นับเฉพาะแมตช์อย่างเป็นทางการเท่านั้น โดยทีมชาติไทยชนะติดกันมาตลอด 6 นัดหลังสุด ซึ่งเป็นอินเดียที่แพ้ทีมชาติไทยมาตลอด การแพ้ของทีมชาติไทยต้องย้อนกลับไปเมื่อปี 1986 33 ปีที่แล้ว ที่ทีมชาติไทยเคยแพ้ เรียกได้ว่าทางสถิติไทยเหนือกว่าทุกด้าน และโอกาสที่ทีมชาติไทยจะชนะมีสูงมาก ในตอนนั้นหลายๆคนมองว่าไทยเป็นต่อในทุกด้าน ซึ่งไทยต้องชนะอย่างแน่นอน อดิศักดิ์ ไกรษร กองหน้าทีมชาติไทย เปิดเผยว่า ทุกคนในทีมมีความพร้อมมาก ทุกคนโฟกัสกับการแข่ง และจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้รับชัยชนะเหนืออินเดีย

แต่เมื่อการแข่งขันจบลง เสียงนกหวีดเป่าหมดเวลาในเกมทุกคนต่างสงสัยและไม่พอใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทีมชาติไทยแพ้หลังจากที่ไม่เคยแพ้มาตลอด 33 ปี เกิดอะไรขึ้นกับทีมชาติไทย เป็นคำถามที่หลายๆคนอดสงสัยไม่ได้ หลายคนด่าทอทีมชาติไทยในโลกโซเซียลลามไปจนถึงไม่พอใจคนอินเดียกันเลยทีเดียวที่ทำให้ทีมที่เขารักแพ้ในสภาพที่รับไม่ได้แบบนี้ การแข่งขันครั้งนั้น ทีมชาติไทยแพ้ทีมชาติอินเดีย 1-4 แต่ก็ยังมีอีกหลายคนยังคงให้กำลังใจทีมชาติให้ผ่านฝันร้ายนี้ไปให้ได้ โดยคนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดไม่ใช่แฟนคลับหรือคนที่ดูฟุตบอลไทย แต่เป็นตัวนักเตะเองที่สามารถเอาชนะอินเดียได้ความผิดหวังความเสียใจทุกอย่างตกไปอยู่ที่ตัวนักเตะ โดยนักวิเคราะห์หลายคนได้ทำการพูดถึงเกมในนัดนี้ว่าเป็นนัดที่เป็นฝันร้ายสำหรับทีมชาติไทยเพราะเราไม่เคยแพ้อินเดียมานานถึง 33 ปี การแพ้ครั้งนี้จึงส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงต่างๆของทีมชาติอย่างมากทำให้โค้ชที่คุมทีมชาติไทยในตอนนั้น อย่าง มิโลวาน ราเยวัช โดนปลดออกหลังทำให้ไทยแพ้อินเดียถึง 4 ประตู เป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันของไทยเนื่องจากยังอยู่ในการแข่งขัน โดยเกมในนัดนี้มีแต่คนพูดถึง ว่าเกิดอะไรขึ้นกับไทยในตอนนี้ 

ทีมชาติไทยก่อนหน้าจะมาพบกับทีมชาติอินเดีย ผลงานไม่ค่อยดีเท่าไรนักมีแฟนๆจำนวนมากไม่พอใจกับการเล่นของไทย เพราะรู้สึกเหมือนยิ่งเล่นไทยยิ่งถอยหลัง จากที่เคยพูดถึงว่าไทย คือจ้าวอาเซียนตัวจริง ตอนนี้เริ่มไม่แน่ใจว่าใครคือจ้าวแห่งอาเซียนกันแน่ การแข่งขันในอาเซียนเองไทยก็เริ่มจะสู้ทีมชาติอื่นๆในอาเซียนไม่ค่อยจะได้ ซึ่งขณะนั้นยังอยู่ภายใต้การคุมทีมของโค้ชราเยวัช ผลงานของทีมชาติไทยต้องบอกว่าไม่ค่อยสู้ดีนักไม่ค่อยถูกใจแฟนๆเท่าไหร่ อาจเป็นสาเหตุทำให้การแข่งขันระหว่างทีมชาติไทยและทีมชาติอินเดียออกเป็นแบบนี้ ซึ่งเป็นฝันร้ายของทีมชาติไทยที่ทุกคนจะจำไว้ตลอด


มีพบก็ต้องจากฝันร้ายของโค้ชที่ชื่อว่า มิโอวาน ราเยวัช การแข่งขันระหว่างทีมชาติไทยพบทีมชาติอินเดียเป็นการแข่งขันที่ทุกคนต่างจับตามอง เพราะเป็นรายการใหญ่ที่ทุกคนรอคอย และเป็นประเดิมสนามนัดเเรกของทีมชาติไทยภายใต้การคุมทีมของโค้ช มิโอวาน ราเยวัช เป็นการตัดสินว่าโค้ชราเยวัชเหมาะกับทีมชาติไทยหรือไม่ และแล้วผลลัพธ์ก็ออกมาอย่างน่าผิดหวังโค้ชราเยวัชไม่สามารถพาทีมชาติไทยเอาชนะทีมชาติอินเดียได้ และยังแพ้อย่างราบคาย 1-4 จากที่ไม่เคยแพ้มาก่อนถึง 33 ปี งานนี้ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวว่าทีมชาติไทยต้องมีการเปลี่ยนแปลง ในโลกโซเซียลร้อนระบุอย่างกับมีใครมาราดน้ำมันแล้วจุดไฟเผา หลายคนส่วนใหญ่ยังคงให้กำลังใจนักเตะและส่วนใหญ่ยังคงต้องการความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของฟุตบอลไทย นั้นอาจจะเป็นเพราะสไตล์ของโค้ชราเยวัชไม่เหมาะกับทีมชาติไทยในตอนนี้ ทำให้การแข่งขันแต่ละครั้งมีแต่คำว่ามากกว่าคำชม


และแล้วฝันร้ายของโค้ชราเยวัชก็มาถึง หลังจากที่พาทีมแพ้ให้กับทีมชาติอินเดีย โค้ชราเยวัชโดนสั่งปลดแบบสายฟ้าแลบ โดยสมาคมฟุตบอลไทยภายใต้การดูแลของ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง โดยนายกสมาคมได้ออกมาแถลงการ ว่าขอสั่งปลด นายมิโอวาน ราเยวัช ออกจากตำแหน่งโค้ชทีมชาติไทยทันที และให้นายศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย มาทำหน้าที่เป็นรักษาการคุมทีมชาติไทยไปจนจบการแข่งขัน และมีโค้ชโชคทวี พรหมรัตน์ เป็นผู้ช่วยฝึกสอน นับได้ว่าเป็นฝันร้ายของนายราเยวัชอย่างแท้จริงเพราะอยู่ไม่ครบสัญญาก็โดนปลดอย่างกะทันหัน สาเหตุคงไม่ต้องพูดถึง ซึ่งในครั้งนี้แฟนๆหลายคนพอใจกับการตัดสินใจของนายกสมาคมเนื่องจากผลงานของนายราเยวัช ออกมาไม่ดีและทำให้หลายคนผิดหวังมามากแล้ว ซึ่งการปลดนายราเยวัชเกิดขึ้นไม่กี่ชั่วโมงหลังจากการแข่งขัน นับได้ว่าทางสมาคมตัดสินใจได้เร็วมาก

ผลงานของนายราเยวัช โค้ชชาวเซอร์เบียคนนี้ มีผลงานกับทีมชาติไทยดังนี้ คุมทีมทั้งหมด 20 นัด เก็บแต้มชัยจากการแข่งได้ 8 นัด เสมอ 6 นัด และแพ้ 6 เกม ซึ่งประตูที่เกิดขึ้นมี 32 ประตู เสียถึง 20 ประตู ผลงานของนายราเยวัชไม่ค่อยถูกใจแฟนๆมากนัก มีการพูดถึงการเล่นการวางแฟนของโค้ชที่ดูแปลกๆทำให้การเล่นของนักเตะไทยไม่น่าดู และเหมือนยิ่งเล่นยิ่งแย่ นั้นคือสาเหตุที่ทำให้ทางสมาคมตัดสินใจได้เร็วเมื่อเกิดเหตุการณ์การแพ้ให้กับทีมชาติอินเดียของไทย มันจึงเป็นฝันร้ายของโค้ชที่ชื่อว่า มิโอวาน ราเยวัช



ฝันร้ายของโค้ชซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนา เมือง และแฟนๆ จู๋ๆก็มีโพสต์บอกลาการคุมทีมชาติไทย และขอบคุณแฟน-นักเตะทุกคน ทำเอาแฟนๆถึงกับช้อคเกิดอะไรขึ้นกับโค้ชซิโก้ คือคำถามที่แฟนๆถามถึงและสงสัย ขณะนั้นนายกสมาคมประชุมด่วนและเล็งเห็นว่าโค้ชต่างชาติฝีมือดีกว่า โค้ชซิโก้ในขณะนั้น มีฐานแฟนคลับจำนวนมากเรียกได้ว่า เขาคือผู้ที่เรียกศรัทธาฟุตบอลไทยให้กลับมาอย่างแท้จริง มีผลงานดีมาตลอดในขณะที่คุมทีมชาติไทยและสร้างนักเตะฝีมือดี วางรากฐานให้ฟุตบอลไทยมีจุดยืนที่เห็นได้และคว้าได้อย่างชัดเจน สไตล์การเล่นของโค้ชซิโก้ ถูกถ่ายทอดลงไปยังนักเตะทุกคนในไทยทั้งความสุขุม ความใจเย็นและความกระหายเพื่อชัยชนะ สิ่งเหล่านี้ถูกถ่ายทอดลงไปแลเห็นได้อย่างชัดเจน การลงเล่นแต่ละครั้งของทีมชาติเหมือนกับการได้ดู ทีมบาร์ซ่ายอดทีมจากลาลีก้าสเปนเล่นยังไงยังนั้น เพราะมีไสตล์การต่อบอลสั้นที่เรียกว่า tiki taka เป็นลีลาที่ดูสวยและน่ามองมากที่สุด ไม่แปลกที่โค้ชซิโก้จะมีแต่คนรักมีแต่คนชอบ ทั้งผลงานที่ดีอย่างต่อเนื่องพาไปคว้าแชมป์ซีเกมส์ และผลงานอีกมาก เรียกได้ว่าทุกคนต้องเรียกทีมชาติไทยในขณะนั้นว่า จ้าวแห่งอาเซียน

แต่มีขาขึ้นก็ต้องมีขาลง ขาลงสุดๆของโค้ชซิโก้คงจะเป็นตอนที่พาทีมไปแข่งรอบคัดเลือกฟุตบอลโลกโซนเอเชีย ผลงานของไทยในขณะนั้นไม่ค่อยสู้ดีนัก ในกลุ่มบี ลงเตะ 7 นัด แพ้ 6 เสมอ 1 และยังแพ้ญี่ปุ่น 0-4 แพ้ซาอุดีอาระเบีย 0-3 พูดได้ว่าแพ้แบบยับเยิน จึงเกิดเป็นคำถามมากมายต่อโค้ชต่อทีมชาติว่าผู้ชายที่ชื่อ ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนา เมือง ยังเหมาะกับทีมชาติไทยอยู่หรือไม่ ซึ่งในขณะนั้นในโลกโซเซียชมีการพูดถึงเยอะมาก มีทั้งคนที่ให้กำลังใจและยังคงสนับสนุนโค้ชซิโก้ ถ้ามีคนให้กำลังใจแล้วก็ต้องมีคนไม่ให้กำลังใจ ซึ่งขณะนั้นมีคนบางกลุ่มต่อว่าและไม่ต้องการโค้ชซิโก้

และแล้วฝันร้ายของโค้ชซิโก้และแฟนๆก็มาถึง มีการเรียกประชุมด่วนของบอร์ดที่ประชุม ถกเรื่องการเปลี่ยนแปลงของทีมชาติไทยโดยที่ประชุมเล็งเห็นว่าโค้ชต่างชาตินั้นฝีมือดีกว่าและเหมาะกับการที่จะจ้างให้มาคุมทีมชาติไทย ซิโก้จึงตัดสินใจครั้งเด็ดขาดเป็นการตัดสินใจครั้งใหญ่ในชีวิตของซิโก้เพราะจะต้องเดิมพันด้วยการเปลี่ยนแปลงของทีมชาติไทย การที่ซิโก้ทำผลงานได้ไม่ค่อยดีนักในช่วงนั้น เป็นเหตุผลให้ซิโก้ตัดสินใจ ลาออกจากการเป็นโค้ชทีมชาติไทย ชิงลาออกก่อนโดนปลด ซึ่งโค้ชเฮงเผยว่า "ไม่มีคนไทยคนไหนกล้ารับงาน ต้องเป็นโค้ชต่างชาติเท่านั้น" นับได้ว่าเป็นการปิดฉากการเป็นโค้ชทีดีที่สุดเท่าไทยจะเคยมีมา และเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้วใหญ่ของทีมชาติ หลังจากการออกของซิโก้ ในโลกโซเซียลมีการพูดถึงอย่างมากเกี่ยวกับเห็นการที่เกิดขึ้น ส่วนใหญ่ยังคงสนับสนุนและยังไม่อยากให้ซิโก้ลาออกจากการเป็นโค้ชทีมชาติไทย แต่บางส่วนก็สนับสนุนการที่จะได้โค้ชต่างชาติมาคุมทีมชาติไทยในขณะนั้น หลังจากนั้นทีมชาติไทยได้โค้ชราเยวัชมาคุมทีมชาติไทย แทนโค้ชซิโก้ที่ลาออกไป หลายคนเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะมองว่าทีมชาติไทยต้องเป็นซิโก้เท่านั้น การมาของโค้ชราเยวัชไม่ได้ส่งผลดีต่อทีมชาติไทนมากนัก เนื่องด้วยการเล่น การวางแผนของโค้ชราเยวัช ไม่สามารถดึงความสามารถของนักเตะไทยออกมาได้ จากที่เคยไปอยู่จุดสูงสุดของอาเซียนตอนนี้กลับมาอยู่ในจุดที่เวียดนามคือคู่แข่งที่ยากมากสำหรับในตอนนั้น ผลงานของโค้ชราเยวัชก็ไม่น่าประทับใจ เรียกได้ว่าขาลงแบบสุดๆของโค้ชราเยวัช

ส่งผลให้แฟนบอลบางส่วนคิดถึงโค้ชที่ทำให้รู้จักสไตล์บอลสั้น tiki taka มีการเรียกร้องให้ซิโก้กลับมาทำหน้าที่โค้ชทีมชาติไทยอีกครั้ง ซิโก้เผยว่า "ตนเองก็อยากกลับไปแต่อะไรหลายอย่างยังไม่เหมาะและไม่ควร ไว้รอโอกาสที่เหมาะที่ควรกว่านี้ จะกลับไปทำหน้าที่ที่ตนเองรักอีกครั้ง" บางครั้งการอดทนรอก็ถือเป็นเรื่องที่ดี ทีมชาติไทยในตอนนี้ยังต้องพัฒนาในอีกหลายๆด้าน ความฝันสูงสุดของคนไทยคือการที่ทีมชาติไทยจะเข้าไปอยู่ในระดับโลก ได้เตะกับทีมชาติระดับโลก ไม่ว่าโค้ชคนไหนจะเข้ามาทำหน้าที่ต่อไป จะเป็นโค้ชต่างชาติหรือโค้ชคนไทย เราควรสนับสนุนไม่ว่าผลงานจะออกมาดีหรือออกมาแย่ เราควรใจเย็นและสนับสนุนต่อไป


ข่าวบอลไทย