บทความบอลไทย
ทำความรู้จัก 2 กองหน้า ในศึกคัดเลือกบอลโลก โซนเอเชีย

อากิระ นิชิโนะ เป็นโค้ชของทีมชาติไทย จากประเทศญี่ปุ่นที่ได้รับหน้าที่ให้คุมทีมชาติไทยในการแข่งขัน ฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย ซึ่งศึกแรกที่ทีมชาติไทยต้องเจอคือ วันที่ 5 กันยายน 2562 กับทีมชาติเวียดนาม เป็นการแข่งขันที่สำคัญ เนื่องจากในนัดแรก ประเทศไทยจะต้องเป็นเจ้าบ้าน เพื่อต้อนรับการมายืนของทีมชาติเวียดนาม ดังนั้นทางสมาคมจึงร่วมมือกันกับโค้ชอากิระ นิชิโนะ ในการวางแผนเพื่อรับมือกับทุกๆทีมที่จะเจอในการแข่งขันครั้งนี้ ซึ่งทางโค้ชได้ออกมาประกาศรายชื่อ 33 แข้งออกมาแล้ว โดยกองหลัง กองหน้า กองกลาง นายประตู ประกาศสออกมาหมด แต่กองหน้าประกาศออกมาแค่ 2 รายชื่อ ทำไมเป็นที่สงสัยว่า ทำไมกองหน้าถึงมีแค่ 2 รายชื่อ ซึ่งมันน้อยเกินไป และที่สำคัญเราจะมั่นใจกับ 2 กองหน้านี้ได้หรือไม่

ซึ่งหลายๆฝ่ายคิดว่า การที่ให้มีกองหน้าแค่ 2 คน โค้ชจะต้องมีแผนอะไรสักอย่าง อย่างแน่นอน หรือจะเป็นการเล่นแบบช่วยกันบุก กองกลางดันขึ้นมาสูง ร่วมกันกับกองหน้า เผื่อช่วยในการบุกทำประตู แต่อย่างไรก็ตามเราควรเคารพ การตัดสินใจของโค้ช ดังนั้นวันนี้ ทาง "ตารางบอลไทย" จะมาทำความรู้จักกับ 2กองหน้า ที่ได้ถูกเลือกมาครั้งนี้ว่าจะเป็นอย่างไรบ้าง เป็นใครมาจากไหน ซึ่งข้อมูลทั้งหมดสามารถอ่านได้ในบทความนี้

คนแรกที่ถูกเลือกมา คือนักเตะไฟแรง ศุภชัย ใจเด็ด ซึ่งเขาคือ 1 ใน 33 แข้งที่ถูกประกาศ และได้รับตำแหน่งกองหน้าของชุดนี้ ศุภชัย ใจเด็ด เกิดเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2541 เป็นนักฟุตบอลอาชีพของทีมชาติไทย ปัจจุบันเล่นตำแหน่งกองหน้า ให้กับบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดในไทยลีก เขาเป็นเด็กจาแดนใต้ จังหวัดปัตตานี เริ่มเล่นฟุตบอลตั้งแต่เด็กโดยมีโค้ชเสรี เบญอาเหม็ด เป็นโค้ชคนแรกของเขา เขาเป็นเด็กที่มีอนาคตด้วยลีลาการเล่นฟุตบอลที่พริ้ว สไตล์การเล่นที่คม ทำให้เขาสามารถพัฒนาตัวเองได้เรื่อยๆ จึงตัดสินใจเดินทางมาที่กรุงเทพฯ พร้อมกับเพื่อนๆ

ศุภชัย ได้โอกาสมากมายในสายฟุตบอลของเขา ซึ่งจุดสำคัญที่ทำให้ชีวิตของเขา ถึงจุดแปรผัน คือได้เข้าไปอยู่ในทีมเยาวชนของ โอสถสภา ซึ่งในครั้งนั้นมีโค้ชโต่ย ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย เป็นผู้ขัดเกลาฝีมือให้เก่งขึ้น และโค้ชโต่ยก็ได้ให้โอกาสศุภชัย ในการลงเล่นรายการใหญ่ ซึ่งครั้งนั้นเขาได้เล่นในรายการการแข่งขันไทยลีก 2016 ครั้งแรกด้วยวัยเพียง 17 ปี ซึ่งตามคาดเขาทำผลงานได้เป็นอย่างดี โชว์ทักษะที่ร่ำเรียนมาได้สุดยอด จนหลายๆคนได้รู้จักเขา ต่อมายังคงได้เล่นอีกต่อเนื่องในรายการการแข่งขันครั้งนี้

จุดเปลี่ยนนี้เองทีทำให้เขา ได้ติดทีมชาติไทยรุ่นเยาวชน 19 ปี ในชุดชิงแชมป์อาเซียน ที่ลาว และยังได้โอกาสอีกครั้งในการแข่งขันชิงแชมป์เอเชีย ที่บาร์เรน เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้นักเตะหนุ่มคนนี้ เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากยิ่งขึ้น ด้วยฝีเท้าที่เด็ดสมชื่อ และทักษะชั้นเยี่ยมของเขา เรียกได้ว่าครั้งนั้นเป็นยุคทอง ช่วงที่เขาขาขึ้นมากที่สุด เขาได้รับโอกาสมากมาย จนในที่สุดเขาไดรับโอกาสครั้งสำคัญที่สุด คือการที่ทีมยักษ์ใหญ่ในไทยลีก อย่างบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้เชิญชวนให้ศุภชัย เข้ามาเล่นให้กับทีมปราสาทสายฟ้า บอกได้เลยว่าเขาเป็นนักเตะที่ร้อนแรง และอนาคตไกลมาก ทำให้ทีมอย่างบุรีรัมย์ มองเห็นความสำคัญของเขา และได้คว้าตัวเขาเอาไว้

แค่นี้ก็พอจะทำให้เห็นแล้วว่า เขาเป็นนักเตะที่มีประสบการณ์ ซึ่งผลงานในลีกกับทีมปราสาทสายฟ้า อาจจะไม่ดีมากนัก แต่ทักษะของเขามีโอกาสที่จะช่วยทีมชาติไทยในการแข่งขันได้เป็นอย่างมาก ด้วยประสบการณ์ที่สะสมมาเยอะ และฝีเท้า ทักษะ ชั้นยอดของเขาทำให้เขามีชื่อติดใน 33 แข้ง ของชุดนี้ เเละเป็นตำแหน่งกองหน้า ร่วมกันกับ ชนานันท์ ป้อมบุปผา หลายคนอาจจะมองว่าเป็นเรื่องไม่ดีที่มีชื่อแค่ 2 คนในกองหน้า หรือบางส่วนอาจจะคิดว่าทำไมกองหน้า ไม่เลือกคนอื่น แต่อย่างไรก็ตามเราควรเคารพการตัดสินใจของโค้ช ควรเชื่อมั่นในการทำงานของโค้ช และเชื่อมั่นในตัวนักเตะเอง

รายชื่อกองหน้าคนที่ 2 คือชนานันท์ ป้อมบุปผา เป็นนักเตะอีกคนนึง ที่ถูกประกาศชื่อออกมา โดยประวัติคร่าวๆเขาเกิดเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2535 เกิดที่จังหวัดปทุมธานี ส่วสูง 182 ซม. เคยศึกษาเป็นนักกีฬาฟุตบอลที่ดรงเรียนอัสสัมชัญ ธนบุรี ก่อนจะมีโอกาสได้มาเล่นกับไทยลีก โดเขามีทักษะ และฝีเท้าที่ดีมาตั้งแต่เด็ก เขาเป็นนักเตะคนนึงที่มีความพยายามอย่างมากในการแข่งขันแต่ละครั้ง เขาเป็นนักเตะที่ความกระหายในชัยชนะ มีความพยายามอย่างมาก โดยเขาได้เล่นไทยลีกเป็นครั้งแรกในช่วงปี 2009-2010

โดยเขาเล่นให้กับทีม เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เขาได้ผลงานได้ดี ทำให้เป็นที่รู้จักกันมากขึ้น และหลังจากนั้นเขาก็ยังคงเล่นในไทยลีกและเปลี่ยนทีมไปอย่างต่อเนื่อง ในปี 2010-2011 เขาย้ายไปเล่นให้กับ อินทรีเพื่อนตำรวจ หลังจากนั้นในปี 2012-2014 ย้ายไปเล่นกับทีมโอสถสภา เอ็ม 150 ต่อมาได้ถูกดึงตัวเข้ามาเล่นให้กับทีม ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด โดย ชนานันท์ ได้จรดปากกาเซ็นสัญญาเป็นระยะเวลา 4 ปี ซึ่ง ชนานันท์ ได้สวมเสื้อหมายเลข 20 เป็นหมายเลขนำโชคของเขา เรียกได้ว่า ชนานันท์ เขาเป้นนักเตะที่มีความสามารถ มีทักษะที่ดี และเป้นนักเตะที่มีความพยายาม ช่วงหลังๆเขาก็ได้ลงเล่นทุกนัด ลงเล่นบ่อยมาก นั่นทำให้เห็นว่า เขาคือผู้เล่นที่สำคัญต่อทีมมากๆ จึงเข้าตาโค้ชอากิระ นิชิโนะ ซึ่งหลายๆคนคิดว่า โค้ชคงมีวิธีการจัดการที่ดีอย่างแน่นอน ในการเเข่งขันครั้งนี้

ดังนั้น การแข่งขันครั้งนี้จึงขึ้นอยู่กับโค้ช และนักเตะทุกคนทุกตำแหน่ง ไม่ได้ขึ้นอยู่กับใคร คนใด คนหนึ่ง หรือขึ้นอยู่กับ 2 กองหน้านี้ ผู้เล่นทุกคนต้องช่วยกันทำเกมรุก โค้ชจะต้องพยายามกระตุ้นนักเตะให้กระหายชัยชนะ และต้องเป้นหน้าที่ของแฟนบอลทุกคน ที่จะต้องเคารพการตัดสินใจของโค้ช และให้เกียรติกับนักเตะทุกคน


ข่าวบอลไทย